อยากปรึกษาการรักษาโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต

()

รบกวน ปรึกษาการรักษาโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต
เนื่องจาก พี่ชาย..อายุ 52ปี (ลดเลิก บุหรี่ เหล้าแบบฉับพลัน) มีอาการเส้นเลือดในสมองตีบและความดันโลหิตสูง 150-190/ 90 มากว่า 2ปีแล้ว แต่รักษาแพทย์แผนปัจจุบันให้ทานยา แต่อาการโดยร่วมไม่แตกต่างจากเดิม
อาการ...เดินหรือก้าวขาช้าลง มือแขนชา ความทรงจำลดลง

จนเมื่อปลายเดือน กรกฎา นี้ เกิดอุบัติเหตุ หกล้ม และมีอาการมองเห็นภาพซ้อน มือเท้าไม่ยอมขยับ แขนขาด้านซ้ายชา การสั่งการของสมองแย่ลงมาก..แต่มีคนแนะนำไปหาหมอ ที่คลินิก หนองปลา ราชบุรี เป็นแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู แต่รักษาเฉพาะโรคนี้มานานกว่า 30 ปีแล้ว
เขาใช้วิธีรักษาแบบฉีดยาเข้าเส้น และ เปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารให้มากกว่าเดิม
ให้ทานข้าวกล้อง ผักใบเขียว ถั่วต่างๆๆ ให้มากเท่าที่ทำได้ และงดผักผลไม้รสเปรี้ยว
ข้าวเหนียว เนื้อสัตว์

ตอนนี้ พี่ชาย ไปพบแพทย์ทุกอาทิตย์ แต่ก็ต้องฉีดยาตลอด แต่มิได้ถามว่ายาที่ฉีดให้ เป็นยาประเภทใด หมอบอกเพียงเป็นยาคลายเส้น อะไรทำนองนั้น...
มีอาทิตย์ 16 ล่าสุด พี่ชายดูซึมกว่าเดิม และมีอาการมึนหัว เดินแบบ งง พอถึงคลีนิก วัดความดัน ค่อนข้างสูง 150/90 และพูดคุย ช้าลง พบหมอก็บอกว่า หน้าตาดีขึ้นนะ ทานมากผักถั่วมากกว่านี้ จะดีขึ้นกว่านี้ แต่อาการชามือแขนขายังเหมือนเดิม
หมอบอกว่า ..ฉีดยาเข้าเส้น ต้องรู้สึกซู่ซ่า ในร่างกายบ้างนะ..พอฉีดเสร็จถามพี่ชายรู้สึกอย่างหมอบอก มั้ย ธรรมดาเหมือนเดิม ไม่แตกต่าง หมอบอกว่า พิษในร่างกายยังเยอะอยู่มาก ต้องใช้เวลา อีกพักใหญ่

ความมั่นใจเริ่มลดน้อยลง..และอยากหาทางลัด..มากขึ้นโดยพยายามศึกษาเกี่ยวกับ
พืชผักสมุนไพร เพื่อปรุงอาหาร และให้ทานเยอะขึ้น หรือ หากหาอาหารเสริมควบคู่ไปด้วยอาการโดยรวมน่าจะดีขึ้น เช่น วิตามินบำรุงสมอง หรือ ระบบย่อยอาหาร เช่น
คลอโรฟิล ชนิดเม็ด, เลซิติน 1200 มก., น้ำมันปลา, สาหร่าย สไปรูไลน่า และ วิตามิน B complex แต่ยังทางอาหารมื้อหลักที่ทานอยู่ ข้าวกล้อง กับ ผักต้มน้ำพริก ปลาทูนึ่ง

พืชผัก หลักที่ให้ทานประจำ ฟักทอง, ใบบัวบก, ผักโขม, แครอท , มะเขือม่วง, มะระขี้นก และ มะระ

ซุปผัก : มะเขือเทศ มันฝรั่ง ผักโขม ขึ้นฉ่าย แครอท

ส่วนอาหารว่าง : นมถั่วเหลืองผสมงาดำ, ซุปฟักทอง, ซุปงาดำ, น้ำลูกเดือย, น้ำถั่วแดง
น้ำผลไม้คั้น น้ำแครอท, น้ำผักผลไม้รวม, น้ำใบบัวบก, น้ำบีทรูท
ผลไม้ แอปเปิ้ล แก้วมังกร ข้าวโพดต้ม มันเทศต้ม มะละกอ
ขนม... ฟักทองอบ ถั่วลิสงต้ม

อาหารทั้งหมด ก็วนเวียนจัดให้ ทาน ..เสียดายที่บ้านไม่มีพื้นที่ปลูกผักทานเอง.. แต่พี่ทานข้าวกล้องได้มาก กับข้าวที่มีผักทานได้เยอะแต่จะชอบทานเลือกนมถั่วเหลือง

ที่เขียนมาปรึกษา อยากรักษาอาการทางสมองของพี่ชาย ที่ดูซึม และเฉื่อยชา ไม่เอาใจใส่ในการออกกำลังกายพฤติกรรมการขับถ่ายไม่ค่อยยอมเข้าห้องน้ำและเลือกที่จะใส่แพมเพร์อส มากขึ้น ... ไม่ทราบพอจะบอกสถานพยาบาล ได้มั้ย คะว่าควรรักษาที่ไหน หรือ รักษาวิธีไหนแพทย์แผนไทย หรือ แพทย์ปัจจุบัน ..อยากรักษาที่ละโรคนะคะ แต่ก็เกรงว่าเวลาในการรักษาอาการอัมพฤกษ์ต้องใช้เวลานาน จนไม่สามารถฟื้นฟูอาการทางสมองได้นะคะ

อยากขอคำแนะนำ เรื่องสถานรักษาพยาบาลเกี่ยวกับอาการทางสมอง คาดว่าหากพี่ดีขึ้นจะพาไปรักษาที่ โรงพยาบาลประสาท เพื่อฟื้นฟู อาการทางสมอง แต่ก็มีคนแนะนำให้ไปหาหมอจีน รักษาได้ทั้งสองอาการพร้อมกัน ...ตอนนี้ ไม่รู้ว่าจะเชื่ออะไรดี นะคะ

ตอบเรื่องอัมพฤกษ์

เป็นธรรมดาที่คนไข้อยากจะหาหลายๆแนวทางเพื่อรักษาโรคเรื้อรัง คำแนะนำก็มีเข้ามาหลายทาง จนบางครั้งก็สร้างความสับสนมากทีเดียว

โรคอัมพฤกษ์เป็นโรคที่มีสมุฏฐานจากธาตุลมในช่องท้องพิการ ต่อมากระทบถึงประสาทสั่งการ แล้วกระทบถึงธาตุดินในที่สุด (เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ) ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับธาตุลมติดขัด สิ่งที่ตามมา คืออาการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ความจำเสื่อม ความคิดช้าลง เกิดอุบัติเหตุได้ ขอให้อ่านบทความเรื่องเกี่ยวกับอัมพฤกษ์ อาจทำให้เข้าใจสมุฏฐานของโรคชัดขึ้น

โรคอัมพฤกษ์ถ้าเกิดภายในระยะเวลา 1-2 เดือน ยังพอจะรักษาได้ แต่ถ้าเรื้อรังนานเกิน 1 ปี จะคาดหวังผลได้ยากขึ้น ขอแนะนำให้คุณพาพี่ไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกครั้ง เพื่อหาแนวทางการักษา การรักษาด้วยอาหารนั้นเป็นสิ่งจำเป็นแต่ไม่ทันกับการพัฒนาของโรค

ในแนวทางของแพทย์แผนไทย จะใช้วิธีการถ่ายโรคออกไป ขณะเดียวกันก็นวดเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อ ไม่ให้เส้นแข็ง หรือเป็นการทำกายภาพบำบัดนั่นเอง  

โรคนี้จัดเป็นโรคของกรรมด้วย กรรมทั้งผู้เป็นและญาติ บางคนก็รักษาหาย บางคนก็ไม่หาย แต่อยากจะแนะนำว่า คุณควรจะเลือกวิธีการรักษาระบบใดระบบหนึ่ง อย่ารักษาหลายระบบควบคู่กัน เช่น ทานยาแผนปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็ทานยาแผนโบราณด้วย มันไม่มีประโยชน์ต่อคนไข้ค่ะ เพราะหลักคิดในการรักษาต่างกัน 

หาซื้อได้ตามร้านยาไทยแผนโบราณ

เรื่อง เล่า จากร้านยา
ตอน... ลุงจะเป็นอัมพาตหรือเปล่า..?

ได้อ่านเรื่องของลุง... และคาดว่าอาการน่าจะคลายกัน นะคะ
จะให้ทานยาแผนโบราณ ดังกล่าวได้ทันทีมั้ย ..จะได้เพิ่มการรักษาเป็นสองทาง

นี่ก็ผ่านมากว่า 2 เดือน (ไปทุกอาทิตย์ฉีดยามา 9 ครั้งแล้ว ก็ดีขึ้นเป็นลำดับ) แต่ก็ไม่ได้มากมายนัก และครั้งหน้า ก็ให้ไปให้ น้ำเกลือ (ผสมวิตามิน) เพราะไม่ค่อยมีแรง นี่ก็ไม่รู้อีกนานแค่ไหนจะเลิกเดินทางไปราชบุรี เพราะ หมอเองก็ขอดูพัฒนาการ จะต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่
มันเป็นความลำบากของน้องๆ ..แต่หากเขาดีกว่านี้ เราจะสบายใจขึ้น...

รักษาทั้งแผนปัจจุบัน และ แผนโบราณ

รบกวนปรึกษา คุณหมอ อีกครั้งคะ...หากทางใดพอมีทางสว่างก็อยากทำนะคะ

ตอบเรื่องการหาซื้อยา

ส่วนตัวแล้วคิดว่ายาในหัวข้อนี้ ใช้ได้ค่ะ ดีกว่าไม่ทานยา แต่ไม่ควรทานพร้อมกับยาแผนปัจจุบัน ถ้าจะทานยาไทย ก็ขอให้งดยาแผนปัจจุบัน ยกเว้นวิตามิน ทั้งนี้เพื่อป้องกันเหตุซับซ้อน

ร่วมลงความเห็น

โดยส่วนมากแล้วผู้ที่มีอาการของโรคอัมพฤกษ์ อัมพาตครึ่งซีกนั้น แรก ๆ ก็จะมีอาการอ่อนแรง อาจรู้สึกชาหรือไม่ก็แล้วแต่พยาธิสภาพ ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดจากความผิดปกติของสมอง โดยสมองจะแยกเป็นส่วนที่ควบคุมนั่น โน่น นี่ ต่าง ๆ กันไป ถ้าส่วนไหนถูกทำลายหรือมีความผิดปกติก็จะทำให้มีอาการต่าง ๆ กันไป แต่อาการหลัก ๆ มักอ่อนแรง ควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายแย่ลง นานเข้าก็จะมีอาการหงุดหงิดง่าย รวมไปถึงไม่อยากทำอะไรเลย(โดยส่วนมาก)

ดังนั้น ผู้ป่วยประเภทนี้ควรได้รับการรักษาทางยาเพื่อฟื้นฟูพยาธิสภาพ(สมองหรือหลอดเลือดที่มีปัญหา) ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดควบคู่กันไป เบื้องต้นผู้ดูแลใกล้ชิดควรกระตุ้นให้ผู้ป่วยช่วยเหลือตัวเองในการทำกิจวัตรประจำวัน(ช่วยในสิ่งที่ทำไม่ได้จริง ๆ ) ไม่ตามใจเสมอไป เพราะนั่นคือการทำร้ายผู้ป่วยทางอ้อม พยายามเน้นให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรือช่วยให้มีการเคลื่อนไหวของข้อต่อทุกส่วนของล่างกาย ยิ่งถ้ายังเดินได้เองก็ควรฝึกเรื่องการทรงตัว ฝึกจังหวะของการเริ่มการเคลื่อนไหว(อาจทำจุดมาร์กหรือแปะเทปสีที่พื้นเพื่อกำหนดให้ฝึกการก้าวเท้า)

ที่สำคัญการออกกำลังกายต้องให้ผู้ป่วยมีสมาธิอยู่กับสิ่งที่ทำ และควรฝึกแยกมัดกล้ามเนื้อ เช่น การยกแขนยกขาในขณะที่นอนหรือนั่งหรือยืน ร่วมกับการฝึกในลักษณะของการทำงานจริง ๆ เช่น เอื้อมมือหยิบของ จับของชิ้นใหญ่หรือเล็ก แปรงฟัน ทานอาหาร ฯลฯ

การฝึกการเดินควรฝึกให้เดินได้ทุกทิศทางแต่เน้นการเดินไปข้างหน้า เดินไปด้านข้าง และเดินไปด้านหลัง ตามลำดับ และควรฝึกทุกวัน แบบไม่หนักมาก แต่บ่อยครั้ง

เส้นเลือด

เส้นเลือดสมองตีบ

เป็นโรคหนึ่งซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มใหญ่ที่เรียกว่า โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งประกอบ ไปด้วย 3 โรคหลักๆ ได้แก่ เส้นเลือดสมองตีบ แตก และ อุดตัน โดยที่เส้นเลือดสมองตีบเป็นแบบที่พบได้มากที่สุด ( 80 – 85% )

เส้นเลือดที่ตีบเกิดจากการหนาตัวของผนังหลอดเลือด รวมทั้งอาจมีเกล็ดเลือด หรือองค์ประกอบอื่นๆ ของเลือด มาสะสมตามผนังหลอดเลือด ซึ่งจะทำให้เลือดไหลผ่านได้น้อยลง ถ้าเป็นมาก ก็จะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอเพียง และเกิดความเสียหายต่อเซลล์สมองบริเวณนั้นๆ

มีอาการอย่างไรได้บ้าง เนื่องจากสมองมีหลายส่วน แต่ละส่วนมีหน้าที่แตกต่างกันไป ดังนั้น อาการในผู้ป่วยแต่ละราย ขึ้นกับบริเวณของสมองที่มีเส้นเลือดตีบ อาการที่พบได้แก่

1. แขนขาอ่อนแรง หรือชาซีกใดซีกหนึ่ง (บางกรณีอาจเป็น ทั้ง2ซีก) ขยับตัวไม่ได้
2. ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด หรือสำลัก
3. พูดไม่ได้ หรือฟังไม่รู้เรื่อง (มีปัญหาด้านความเข้าใจภาษา)
4. เวียนศีรษะมาก เดินเซ แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
5. มองไม่เห็นซีกใดซีกหนึ่ง

โดยลักษณะสำคัญของอาการที่เกิดคือ เป็นค่อนข้างเร็ว กระทันหัน ภายในเวลาเป็นนาที หรืออาจเป็นหลังตื่นนอน โดยที่ก่อนเข้านอนยังปกติอยู่

รักษาให้หายขาดได้หรือไม่

ปัจจุบันยังไม่มียาใดที่รักษาอาการที่เกิดขึ้นได้โดยตรง แต่ผู้ป่วยแต่ละคนมีโอกาสที่จะดีขึ้นได้เอง โดยเน้นการทำกายภาพบำบัดเป็นหลัก ซึ่งแต่ละคนจะมีความแตกต่างกันไปในเรื่องของการฟื้นตัวว่าจะดีขึ้นได้ถึงระดับใด โดยอาจพอบอกแนวโน้มได้คร่าวๆหลังเกิดอาการ2-4 สัปดาห์ แต่ก็ไม่ได้ทำนายได้ถูกต้องแน่นอนเสมอไป เป็นเพียงแนวโน้ม เช่น ถ้าผ่านไป2 สัปดาห์ อาการอ่อนแรงดีขึ้นมากพอสมควร ก็อาจบอกได้ว่ามีโอกาส ที่จะฟื้นตัวได้มาก บางรายทำกายภาพบำบัดไป3-6 เดือน ไม่ค่อยดีขึ้นเท่าที่ควร ก็อาจมีแนวโน้มว่าจะใช้เวลานานหรืออาจไม่ดีขึ้นกว่าเดิมมากนัก

อ้างอิงจากเวป Thaiclinic ซึ่งข้อมูลตรงนี้ใคร ๆ ก็สามารถค้นหาจากในอินเตอร์เนทได้

ประเด็นคือเราจะทำอย่างไรมากกว่าที่จะให้คนไข้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีเหมือนเดิมได้ และอาการต่างๆ เหล่านี้ค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปในที่สุด

เนื่องจากหลอดเลือดในสมองหรือเส้นเลือดที่ลำเลียงเลือดที่ไปเลี้ยงสมองมันมีอาการตีบ ปริมาณเลือดที่ส่งไปเลี้ยงจึงไม่เพียงพอ (เพราะทุกอวัยวะในร่างกายต้องการสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงทั้งนั้น ไม่เว้นแม้กระทั่งสมอง ) จึงเกิดความเสียหายต่อเซลล์สมองบริเวณนั้น ๆ แม้เหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นเพียงช่วงเสี้ยวนาที หรือบางคนอาจจะแย้งมาว่า ตีบที่เส้นเลือดฝอยไม่ได้ตีบที่เส้นเลือดแดง ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก

หารู้ไม่ว่าคุณกำลังประมาทกับชีวิต เพราะไม่ว่าจะตีบที่เส้นเลือดฝอย เส้นเลือดดำ หรือเส้นเลือดแดง ก้อตาม สามารถส่งผลกระทบต่อเซลล์สมองได้ทั้งสิ้น แต่ถ้าคุณยังนึกภาพไม่ออก ลองนึกถึงหัวใจดู ถ้าเส้นเลือดฝอยภายในหัวใจเกิดอุดตันขึ้น จะเกิดอะไร …............. แน่นอนที่สุด จากจุดเล็ก ๆ ที่คุณคิดว่าไม่เป็นอะไร ได้ค่อย ๆ เริ่มสะสมทีละน้อย เพราะเรากำลังจะบอกคุณว่าโรคทุกโรคไม่ใช่อยู่ ๆ เพิ่งจะมาเป็น เช่นอยู่ดี ๆ พรุ่งนี้ก็จะเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ ไม่ใช่นะคะ มันมีการสะสม สะสมจากวัน-เป็นเดือน จากเดือน-เป็นปี ไม่ใช่อยู่ ๆ จะมาตีบเอาเมื่อวาน วันนี้หรือพรุ่งนี้ มันค่อย ๆ ตีบ ค่อย ๆ ตัน จนตีบมากที่สุด เมื่อ สมองซึ่งทำหน้าที่ควบคุมและสั่งการการเคลื่อนไหว, พฤติกรรม และรักษาสมดุลภายในร่างกาย เมื่อเกิดความเสียหาย อาการต่าง ๆ ที่คุณเป็นอยู่จึงเกิดตามมา

เอาละค่ะต่อไปนี้คุณควรจะเปิดใจ รับฟังข้อมูลที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน

การรักษาในแพทย์แผนปัจจุบัน เบื้องต้น.....จะทำการสันนิษฐานหรือวิเคราะห์โรคว่าอาการของคนไข้นั้นเป็นอย่างไร สาเหตุของการเกิดโรคนี้ เกิดขึ้นได้อย่างไรอาจต้องถามจากคนไข้หรือญาติ ๆ ของคนไข้

จากประสบการณ์ที่เรามีคนไข้และได้มีการปรึกษาคุณหมอ คุณหมออาจจะให้ยาละลายลิ่มเลือดดูก่อน พร้อมกับ ควบคู่กับการทำกายภาพบำบัด ดังนั้นต้องแยกโรคให้ถูกก่อนว่า เส้นเลือดในสมองตีบ หรือ เลือดออกในสมอง (หลอดเลือดแตก) พร้อมกับดูว่าคนไข้นั้น ๆ จะมีโรคแทรกซ้อนอย่างอื่นอีกมากน้อยแค่ไหน และมีความเสี่ยงที่จะเป็นอัมพฤต อัมพาต มากน้อยขนาดไหนด้วย

จะเห็นได้ว่าการรักษาโรคของแพทย์แผนปัจจุบัน เป็นเพียงการรักษาหรือแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะต่อให้ยาละลายลิ่มเลือดสามารถละลายลิ่มเลือดที่ไปอุดตันได้ แต่.....แต่.....อย่าลืมว่าเส้นเลือดที่ตีบอยู่ก็จะยังตีบอยู่อย่างนั้น ดังนั้นโอกาสที่เส้นเลือดบริเวณนี้จะเกิดการตีบหรือตันอีกครั้งก้อเป็นไปได้สูง คือสามารถเกิดเหตุการณ์เดียวกันนี้ขึ้นได้อีก เพราะภาวะหลอดเลือดในสมองตีบหรือสาเหตุของโรคยังอยู่นั่นเอง

ถ้ายังแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุดยังปล่อยทิ้งไว้ มันอาจจะไม่ตีบอย่างเดียวเรายังต้องระวังภาวะหลอดเลือดในสมองแตกอีกด้วย ซึ่งอันตรายมาก

ประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่ คนไข้หรือญาติ ๆ จะทำอย่างไรกับสมองในส่วนที่ได้รับความเสียหายไปแล้ว หรือถ้าคุณหมออนุญาตให้คนไข้กลับบ้านมาพักฟื้นที่บ้านได้และให้จัดเตรียมโปรแกรมโภชนาการสำหรับคนไข้โดยเฉพาะ ผักล้วน ๆ เอย ปลาสด ๆ ล้วน ๆ เอย ให้เวลานั้นเวลานี้ เป๊ะ ๆ สารพัดที่เป็นโปรตีน ตามที่คุณหมอสั่งเพื่อจะมาซ่อมแซมร่างกาย ............................เราเองหรือคุณเองก็รู้ดีว่าเหล่านี้ มันช่วยอะไรได้หรือไม่ มันเพียงพอต่อการซ่อมแซมหรือเปล่า คนไข้จะมีแรงทานได้มากแค่ไหนกัน หรือต่อให้คนไข้เริ่มมีกำลังวังชาขึ้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า

1. เส้นเลือดจะตีบน้อยลง และสิ่งที่ตกค้างอยู่ภายในสมอง เช่นลิ่มเลือด จะถูกจำกัดออกมาได้หมด
2. สมองส่วนที่เสียหายได้รับการซ่อมแซมและฟื้นฟู
3. ยังต้องระวัง อย่าปล่อยให้กล้ามเนื้อของคนไข้ลีบ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องฟื้นฟูกำลังของคนไข้ก่อน เพื่อที่คนไข้จะได้มีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และสามารถที่จะทำกายภาพบำบัดได้อย่างมีประสิทธิผล

ในกรณีที่เป็นค่อนข้างหนักหรือหนักมาก ปัญหาต่อมาที่คนไข้หรือญาติ ๆจะต้องเจอคือ คุณภาพชีวิตของคนไข้จะแย่ลงและไม่เหมือนเดิม ถ้าเป็นอย่างมากหรือขั้นรุนแรง ต้องเข้ารับการผ่าตัด และมันจะคุ้มกันไหม ซึ่งข้อมูลที่เราได้ให้นี้มาจากคนไข้ที่เรามีอยู่จริงและสามารถช่วยไว้ได้

เพราะฉะนั้นถ้ามีใครมาแนะนำอะไรก้อแล้วแต่ แล้ว............คุณยังต้องไปผ่าตัด ฉายแสง หรือคีโมอีก อะไรก้อได้ที่เป็นการเสี่ยงกับชีวิตของคุณ มันจะมีประโยชน์อะไร แต่ในขณะเดียวกัน เราต้องการให้คุณมาศึกษาข้อมูลก่อนแล้วจึงค่อยตัดสินใจเลือกและจะไม่มีการบังคับหรือให้คำแนะนำในทางที่ผิดเพราะชีวิตไม่ใช่เรื่องที่ต้องมานั่งเสี่ยงกัน คุณควรจะได้รับข้อมูลจากผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานคู่กับคุณหมอเป็นผู้ที่มีความรู้และมีเคสคนไข้จริง ๆ ที่ช่วยไว้ได้เท่านั้น และคำว่าช่วยได้หรือหายจากโรคของเรา จะวัดจากคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไข้ และจาก ผลการตรวจทางการแพทย์เท่านั้น จะไม่มีการอ้างขึ้นมาลอย ๆ ว่าโรคที่เป็นอยู่หายแล้ว เราจะใช้เอกสารทางการแพทย์เป็นตัวอ้างอิง
*** 083-4655614 ***

มีปาฏิหารย์

ดูแลกันที่ต้นเหตุดีกว่าจะได้ไม่ต้องมีใครเป็นภาระใคร
แต่ว่าถ้าเป็นอัมพฤกษ์แล้ว สามารถดีขึ้นได้ อาจกลับมาช่วยเหลือตัวเองได้
สอบถาม 0899360621

เลิกไปหนองปลา...ที่ราชบุรี

เลิกไปเหอะหนองปลา...ที่ราชบุรี ผมพาแม่ไปรักษามานาน ทั้งไป-กลับ และอยู่ประจำมาเป็นเดือน ๆ ไม่หายหรอก เลี้ยงไข้ หมดไปหลายหมื่นแล้ว หาหมอที่โรงพยาบาล ใกล้ ๆ บ้านเราดีกว่า ขยันทำกายภาพเอาหน่อยดีกว่าเยอะ

Subscribe to ThaiHerbClinic.com feed