ผลข้างเคียงจากการกินมะรุม

ดิฉันได้กินยอดมะรุมมาเกือบสองเดือนแล้ว แต่ประมาณ 2 สัปดาห์ทีผ่านมาจนถึงปัจจุบันมีอา
การคันตามผิวหน้งมีผื่นบ้างไม่มีผื่นบ้างบริเวณที่คน อาการคันคล้ายกับคันผิวแตกในหน้าหนาว
ได้คุยกับคนที่แนะนำให้กินมะรุมเขาบอกว่าเป็นการขับสารพิษในร่างการเราแล้วมาอยู่บริเวณ
ผิวหน้งถึงทำให้คัน อยากทราบว่าจริงไหมค่ะ และผลข้างเคียงจากการกินมะคุมมีอะไรบ้าง

ตอบเรื่องมะรุม

มะรุมมีฤทธิ์ขับลมและจัดอยู่ในยารสร้อน ทานมากโดยไม่มีการขับออก ก็อาจทำให้โลหิตร้อนได้ โดยปกติยาไทยจะเข้ามะรุมเมื่อต้องการให้ยามีสรรพคุณในการขับลม แต่ปัจจุบันด้วยแนวคิดทานสมุนไพรแบบยาแผนปัจจุบัน จึงเกิดอาการข้างเคียง เช่น ทานฟ้าทะลายโจรติดต่อกันเกินสองอาทิตย์ จะมีอาการชาปลายมือ สมองไม่แล่น เป็นต้น

ถ้าจะทานสมุนไพร ควรทานเป็นอาหาร เช่น ยอดมะรุมลวกทานกับน้ำพริก ถ้าทานเช่นนี้จะไม่มีปัญหา

อาการคันตามผิวหนังอาจเกิดได้เพราะการขับพิษ แต่ก็อาจเกิดได้เพราะทานมะรุมเป็นยามากเกินไป โลหิตร้อน จึงเกิดผื่นคัน ผิวหนังบอบบาง แพ้ง่าย การที่จะบอกว่าอาการคันเกิดจากอะไร ต้องทราบประวัติไข้

มะรุม

มะรุมกำลังเป็นที่สนใจมากๆ เลย
ขอบุณครับ
http://www.tourrayong.com

มะรุม ทําให้คัน ตัว

เพื่อน และ แม่ ของ ดิฉัน ทานมะรุม แคปซูล หรือใบมะรุม แล้ว ตัวคัน มาก ตัอง ไป แก้ด้วย นํ้า ว่าน หางจรเข้ จึงหายคัน

มะรุม ทําให้คัน ตัว

อันดับแรกต้องดูก่อนครับว่าซื้อมะรุมมาจากผู้ผลิตที่มี อย. หรือไม่ ถ้าเชื่อถือได้ก้ลองทำตามดังต่อไปนี้นะครับ
หากมีอาการคันตามตัวหลังกินมะรุม วิธีแก้คือ 1)หยุดกินมะรุมสัก 1 อาทิตย์ แล้วเริ่มต้นทานใหม่วันละ 1 แคปซูลพอ ให้ทานไปประมาณ 3-5 วัน หากไม่มีอาการคัน อาทิตยืต่อไปให้เพิ่มเป็นวันละ 2 แคปซูล และอาทิตย์ที่ 3,4ก็สามารถทานเพิ่มขึ้นได้ 2).ให้กินมะรุมต่อเนื่องต่อไปถึงแม้จะมีอาการคันก็ตาม เพียงสัปดาห์เดียวก็จะหายไปเองครับ
คุณแทน http://maroomthai.com

เนื้อหามีประโยชน์มาก

ขอบคุณนะครับสำหรับข้อมูล

http://shopreviews.bloggoo.com
http://shopping.blogslam.com

ในคนที่เป็นโรคเลือด G6PD ไม่ควรรับประทาน

โรค G6PD deficiency จีซิกพีดี
ภาวะพร่อง G6PD จาก web ของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์พบมากในเพศชาย จะไม่ซีดในภาวะปรกตินอกจากมีไข้หรือได้ยาบางชนิด ไม่มีม้ามโต อาจมีประวัติปัสสาวะดำร่วมด้วย

การตรวจเสมียร์เลือดพบเม็ดเลือดแดงที่แหว่ง (bite cell) หรือมีฮีโมโกลบินรั่วออกมา (hemoglobin-leakage cells) 16 การวินิจฉัยที่แน่นอนโดยการหาระดับ G6PD ในเม็ดเลือดแดง

การขาดเอ็นไซน์G6PD เป็นภาวะทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดทางโครโมโชมX เพศชายมีโครโมโชมเป็นXY ดังนั้น ถ้าได้รับX ที่เป็นภาวะนี้ก็จะเกิดภาวะนี้ขึ้น แต่เพศหญิง เป็น XX ถ้ามีXที่เป็น G6PD Deficieancy 1 ตัวจะเป็นพาหะแต่ไม่เป็นโรค เพศหญิงจะเป็นได้ต้องมีXที่เป็นโรคถึง 2 ตัว โรคน้จึงพบบ่อยในเพศชาย

G6PD เป็นเอนไซน์ในเม็ดเลือดแดง มีความสำคัญคือ ในภาวะที่เกิดภาวะเครียดต่อเม็ดเลือดแดงเช่นการได้รับยาบางชนิด สารแนปทาลีน(ลูกเหม็น) ไม่สบายเป็นไข้สูง จะเกิดสารที่เป็นอันตรายต่อเม็ดเลือดแดงอาจทำให้เม็ดเลือดแดงแตกได้ G6PD จะช่วยเปลี่ยนสารอันตรายไปเป็นสารที่ไม่อันตรายต่อเม็ดเลือดแดงเม็ดเลือดแดง จึงไม่แตก จากเหตุผลดังกล่าวจะเห็นว่าในภาวะปกติ

G6PD ไม่ได้ทำหน้าที่อะไร แต่จะทำหน้าที่เมื่อเกิดภาวะที่อาจเกิดอันตรายต่อเม็ดเลือดแดง ถ้าเม็ดเลือดแดแตกจะเห็นปัสสาวะเป็นสีโค้ก การวินิจฉัย เจาะเลือดตรวจระดับเอนไซน์G6PD

ดังนั้น ถ้าลูกเป็น G6PD Deficiencyหรือการขาดเอนไซน์G6PD ผู้ปกครองไม่ต้องวิตกกังวลให้เลี้ยงลูกเหมือนเด็กปกติทั่วไปเพียงแต่ให้ทราบไว้ว่าลูกเป็นภาวะนี้ และหลีกเลี่ยงสารที่เป็นอันตรายต่อเม็ดเลือดแดงเช่น ยากลุ่มซัลฟา แอสไพริน ลูกเหม็น ถั่วปากอ้าเป็นต้น และถ้าลูกมีไข้ให้ดูแลลดไข้และรักษาตามสาเหตุเพื่อไม่ให้เม็ดเลือดแดงแตก โดยทั่วไปผู้ที่มีภาวะนี้สามารถใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไปแต่ให้ทราบว่าตัวเองมีภาวะนี้อยู่และหลีกเลี่ยงยาและสารบางอย่างที่แพทย์แนะนำ

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thaiherbbiz.com

ตอบเรื่องผลข้างเคียงของมะรุม

อาการคันตามผิวหนังอาจเกิดขึ้นได้เพราะการขับพิษ แต่ก็อาจเกิดได้เพราะการแพ้หรือสาเหตุอื่นที่ซ้อนเข้ามาในขณะรับประทานมะรุม คงต้องสังเกตุดู หากไม่มีภาวะอื่นแทรกเข้ามา แล้วมีอาการคัน เคยมีประวัติคนไข้ที่ อเมริกา หลังการรับประทานมะรุมไประยะหนึ่งเกิดอาการคันตามผิวหน้งมาก แต่ไม่เห็นสาเหตุแทรกอื่น จึงยังคงรับประทานต่อ อาการเป็นมากขึ้น แต่ก็ยังทนที่จะทานต่อไป จนกระทั่งอาการคันหายไปพร้อมกับอาการปวดข้อ และปวดเข่าก็หายไปด้วย จึงคิดว่าน่าจะเป็นทางหนึ่งที่ขับพิษออกมาทางผิวหนัง นอกเหนือจากทางปัสสาวะและอุจจาระ ซึ่งพิษบางอย่างทีสะสมไว้นานอาจต้องใช้เวลาและมีปฏิกิริยาที่ซับซ้อน 

สิ่งที่ต้องระวังคือ ต้องแยกให้ออกจากอาการแพ้ ซึ่งบางรายอาจมีการแพ้ได้ อาการคันที่เกิดจากการแพ้ มักมีอาการแดง บวมร่วมด้วย  หากหยุดยาอาการต่างๆจะหายไปทันที และเมื่อรับประทานอีกก็เป็นอีก แต่ถ้าไม่ใช่จากการแพ้ เป็นจากการขับพิษ ลองสังเกตุดูอาการอื่นที่เป็นสาเหตุให้เรารับประทานยานั้น หายไปหรือทุเลาลงไหม ถ้าใช่แสดงว่าเป็นจากการขับพิษ

หากไม่สบายใจที่จะรับประทานต่อและเพื่อความปลอดภัย แนะนำให้หยุดสัก5-7 วัน แล้วลองดูอาการ พร้อมกับดื่มนำมากๆ เพื่อช่วยในการขับสารออกมา จะทำให้อาการคันดีขึ้นได้

 

 

ชุน

เท่าที่รู้ ไม่มีอาการอย่างว่า นะ
หรือ ถ้าบางคนแพ้ แค่ได้กลิ่นก็เวียนหัวแล้วค่ะ
แม่ของชุนทำกินเองในบ้านค่ะ
ไม่อยากไปซื้อ ตามร้านข้างนอก เพราะ ไอเดียบรรเจิด
เช่น เอามาชุบ บ้าง ใส่ไม่ครบเม็ด และ ไม่มั่นใจว่าเค้า ทำดีหรือเปล่า เพราะอ่านเมล์ เจอมะรุมปลอม ทำจากใบอย่างอื่นก็มี
อย่างนี้แหละ คนไทย

ตอนนี้ทำกินเอง สบายใจ
แต่ แม่ชุนไม่สบายค่ะ ตำซะเมื่อยเลย ฮ่าฮ่า
โทรมาถามได้ จะสอนวิธีทำ
081-7145676

ผู้รู้ช่วยตอบด้วยครับ

ผู้รู้ช่วยตอบด้วยครับ
กินมะรุมมีผลข้างเคียงหรือป่าว
http://www.tourthai.us

ผู้รู้ช่วยตอบด้วยครับ

หมายถึงข้างเคียงอย่างอื่นน่ะครับ

ผลข้างเคียงจากการกินมะรุม

ผลข้างเคียงของการกินมะรุมไม่มีแต่จะมีเฉพาะคนที่เป็นโรคเลือดเท่านั้นจะแพ้ถ้าทานมากเกินไป
และยางของมะรุมจะทำให้คันต้องระวัง มะรุมเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์มากๆครับ

มะรุมสด ๆ

มะรุมสด ๆ หน้าตาเป็นยังไงครับ
เห็นเพื่อนพูดถึงเหมือนกัน

http://thai.silomstreet.com

เพื่อให้ไ

เพื่อให้ได้ประโยชน์เต็มที่ ควรรับประทานใบสดที่ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป การใช้ใบสดปรุงอาหารต่างๆ สามารถทำได้ตามความต้องการและความถนัด เนื่องจากใบมะรุมมีธาตุเหล็กสูง ฉะนั้นไม่ควรให้ทารกในวัยเจริญเติบโตถึง 2 ขวบรับประทานในปริมาณที่มากเกินไป

ใบมะรุมสด ก็เหมือนผักใบเขียวทุกชนิด ไม่ควรรับประทานเป็นจำนวนมาก เพราะจัดเป็นยาถ่ายประเภทหนึ่ง เมื่อเริ่มรับประทาน บางท่านอาจจะมีอาการท้องเสีย อาการต่างๆ มิได้เกิดขึ้นกับทุกคน เข้าใจว่าเป็นไปตามสภาพร่างกายของแต่ละคน ผู้เขียนมีอาการง่วงขนาดหนักจนขับรถแทบไม่ได้ ส่วนบุตรชายของผู้เขียนและ ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ มีผื่นลมพิษทันทีหลังรับประทาน

ผู้เขียนได้ ปรึกษาเรื่องนี้กับท่านอาจารย์สุทธิวัสส์ คำภา ซึ่งท่านได้ให้คำอธิบายว่า เป็นผลมาจากการที่ร่างกายได้สะสมสารพิษไว้เป็นจำนวนมาก หากเกิดอาการเช่นนี้ให้หยุดรับประทานชั่วคราวแล้วเริ่มใหม่ ทำเช่นนี้หลายๆ ครั้ง อาการจะดีขึ้นตามลำดับ จากผลการทดลองของเวิร์ดเซิสยังไม่พบผู้มีอาการแพ้เลย แต่สำหรับในประเทศไทยนั้น ท่านอาจารย์สุทธิวัสส์พบว่า มีผู้ที่เกิดอาการแพ้ภายหลังรับประทานใบมะรุม โดยมีอาการวิงเวียนศรีษา ในกรณีนี้ท่านแนะนำให้รับประทานใบแมงลัก อาการวิงเวียนศรีษะก็จะหายไป การรับประทานใบสด ไม่ควรถูกความร้อนนาน เพราะจะทำให้สูญเสียสารอาหารหลายชนิด ใบสดใช้จิ้มน้ำพริก ใส่แกง ใส่สลัด และใส่แซนวิช

ใบสดเปล่าๆ จะมีรสเผ็ด แต่เมื่อนำมารับประทานกับข้าวหรือแซนวิชจะไม่รู้สึกเผ็ดเลย ในระยะแรกๆ ผู้เขียนรูดใบสดรับประทานกับข้าวและอาหารต่างๆ ทุกมื้อ

จากหนังสือ อ้างอิงของ ดร.ฟุคเล่ย กล่าวว่า ถ้าคั้นใบมะรุมสดดื่มวันละ 1 ช้อนโต๊ะ จะสามารถรักษาอาการของโรคเบาหวานได้ และควบคุมความดันโลหิตสูงได้ด้วย ผู้เขียนยังไม่เคยมีประสบการณ์กับผู้มีความดันต่ำ ว่าจะช่วยได้หรือไม่

การรับประทานใบมะรุมสดสำหรับเด็กเล็ก ที่เริ่มรับประทานอาหารได้จนถึงอายุ 3-4 ขวบ ควรใส่เพียงเล็กน้อย

ถ้า คั้นเป็นน้ำ ควรใส่เพียงวันละ student credit cards 1-2 หยด ผสมอาหารหรือเครื่องดื่ม ยกเว้นเด็กที่ขาดสารอาหารอย่างรุนแรง จึงควรเพิ่มขนาดตามสมควร จากนั้นจึงค่อยเพิ่มปริมาณทีละน้อยๆ ตามอายุและความเหมาะสม ไม่ควรให้เกินขนาดเพราะสำหรับเด็กในวัยเติบโต การให้ธาตุเหล็กเกินขนาดกลับจะให้โทษมากกว่าคุณ

วัยรุ่นและผู้ใหญ่ วันละ 1-3 กิ่ง รับประทานสด หรือใช้ประกาอบอาหารก็ได้ ถ้าจะให้ได้ผลเร็ว ควรคั้นน้ำดื่มประมาณวันละ 1 ช้อนโต๊ะ สำหรับผู้หใญ่และ 1 ช้อนชาสำหรับเด็กวัยรุ่น ถ้ามีอาการท้องเสียให้ลดจำนวนลง แล้วค่อยๆ เพิ่ม อาการจะดีขึ้น การรับประทานสม่ำเสมอจะสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย

ผู้ เขียนและสมาชิกในครอบครัว ตลอดจนเพื่อนๆ รวมทั้งพระสงฆ์วัดป่าธรรมชาติหลายรูปรับประทานเป็นประจำ ในระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยเจ็บป่วยหรือเป็นไข้หวัด หรือแม้แต่อาการปวดศรีษะอย่างรุนแรงที่เคยเป้นมานานก็พลอยหายไปด้วย จะมีก็แต่อาการหวัดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ไม่เห็นมีอารัยเลย

การกินมะรุมขอแนะนำครับว่าควรศึกษาก่อนเพราะบางที่สุขภาพแต่ละคนไม่เหมื่อนกันแต่เมล็ตกินมากไม่ดีอยู่แล้วเพราะว่าเป็นยาปฎิชีวนะอย่างอ่อนครับที่เข้าวิจัยมา แต่ว่าใบมะรุมกินได้ตลอดเลยครับ ลองศึกษาจากหนังสือ นาฬิกาชีวิต ตอน มะรุม ต้นไม้เพื่อชีวิต

แต่ละคนมี

แต่ละคนมีผลตอบสนองต่อสารอาหารและหรือยาต่างกัน ไม่เหมือนกัน ฉะนั้นการกินอะไร อย่างไร เท่าไร ก็คงไม่เหมือนกันทุกคน อย่ากินตามกระแส ต้องพิจารณาว่าจะกินเพื่ออะไร อย่างไร ศึกษา สอบถามให้ดีก่อนนะจ๊ะ..นายซ้ง

การรับประทานมะรุม

เห็นด้วยกับ "นายซ้ง" ว่าเราไม่ควรทานยาตามกระแส ขึ้นชื้อว่ายา มีทั้งคุณและโทษ การใช้ยาแต่ละคน แต่ละวัย แต่ละสมุฏฐานไม่เหมือนกัน บางคนมีภาวะที่มีไข้อักเสบอยู่แล้ว ทานมะรุมอาจทำให้ร่างกายเลวลง บางคนเลือดลมดี ทานมะรุม ลมก็เดินได้ดียิ่งขึ้น

อย่าทานยาตามคำบอกเล่า

การใช้น้ำมันมะรุม

รบกวนถามคุณหมอค่ะ จากที่ได้อ่านประโยชน์ของมะรุม เราสามารถนำน้ำมันมะรุมหยอดจมูกเพื่อช่วยรักษาอาการไซนัสได้ แล้วเป็นเชื้อราในโพรงไซนัสใช้ได้หรือเปล่า ถ้าได้มีวิธีการหยอดอย่างไรบ้างคะ

ทานมะรุมแคปชูลจะมีผลอย่างไรต่อร่างกาย

ดิฉันทำมะรุมแคปชูนทานเองมาเป้นเวลา 8เดือนแล้ว มีคนแนะนำให้ทำทานเอง เพราะมีประโยนช์มาก และให้แคลเชียมสุงและได้ทำน้ำมันมะรุมใช้เอง สังเกตอาการของตัวเองว่าไม่เคยเป็นหวัดเลยถึงจะใก้ลชิดคนเป็นหวัด ไม่แน่นใจว่าคิดไปเองหรือเปล่า แรก ๆทานมื้อละ 4 แคปชูลวันละ3 มื้อ แต่ตอนนี้ได้อ่านโทษของการทานมากไปมีผลข้างเคียง จึ่งลดปริมาณลงมื้อละ 2 แคปชูลวันละ 2 มื้อ และตอนนี้คอยสังเกตอาการ

เด็ก 7 ปีสามารถทานแคปซูนมะรุมได้หรือเปล่า

ดิฉันมีลูกชายวัย 7 ปี ค่ะ แกเป็นโรคภูมิแพ้ตั้งแต่แกอายุ 2 เดือนค่ะ และตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่เวลาฝนตก อากาศเย็น จะหายใจไม่ค่อยออก ตอนหน้าหนาว 4-5 เดือนจะต้องไปหาหมอรักษาภูมิแพ้ทุกปี ไม่ทราบว่าจะให้แก่ทานแคปซูนมะรุมได้หรือเปล่าค่ะ และทานมื้อละกี่แคปซูน

ดิฉันทานมะรุมแล้วมีผื่นขึ้นค่ะ

ทานมะรุมแคปซูลแล้วมีผื่นขึ้น เลยหยุดทานค่ะ...
กว่าจะหายก็เป็นสัปดาห์กว่าๆๆ เลยค่ะ
ไม่ทราบว่าจะเป็นอะไรไหม..

แต่ตอนนี้ก็เลิกทานแล้วนะคะ
ไม่ทราบว่า จะทานต่ออีกได้ไหม

มะรุมกับผู้มีปัญหาเรื่องโรคโลหิตจางต่างๆ

สมุนไพรทุกชนิดมีท้้งคุณประโยชน์และโทษ อยู่ที่การบริโภคเพื่ออะไร เพื่อเสริมอาหาร เพื่อรักษาบรรเทาโรค หรือกินเป็นผักนานๆครั้ง มะรุมก็เป็นพืชผักชนิดหนึ่ง มีสรรพคุณมากมาย โทษก็มี กินน้อยพอเหมาะก็เป็นยา ถ้าบริโภคมากเกินไปก็มีโทษได้่ โดยเฉพาะกับบางคนที่มีปัญหาเรื่องโรคโลหิตจางต่างๆ สตรีช่วงมีครรภ์ ช่วงอยู่ไฟ ควรระวังเรื่องการบริโภคมะรุม อาจทำให้เกิดอาการ เม็ดเลื่อดแดงผิดปกติ แตก หรือบิดเบี้ยว เกล็ดเลื่อดต่ำผิดปกติ โลหิตเป็นพิษ

มะรุมพืชที่คุณอยากรู้

จาก http://www.medplant.mahidol.ac.th/document/moringa.asp
ความเป็นพิษ

มีการรายงานความเป็นพิษของมะรุมในระดับเซลล์และในสัตว์ทดลองว่า

* สารสำคัญ 4(alpha-L-rhamnosyloxy) phenylacetonitrile จากเมล็ด แสดงความเป็นพิษต่อเซลล์ใน Micronucleus test

* สารสกัดน้ำจากใบ หรือ 90% เอทานอล ในขนาด 175 มก./กก. ของน้ำหนักแห้ง เมื่อป้อนให้หนูแรทที่มีการผสมพันธุ์ สามารถทำให้เกิดการแท้งได้

* สารสกัดน้ำของรากขนาด 200 มก./กก.น้ำหนักตัว เมื่อให้กับหนูแรท จะเหนี่ยวนำให้เกิดทารกฝ่อ (foetal resorption) ในการตั้งครรภ์ระยะสุดท้าย

* สารสกัดเมล็ดด้วย 0.5 M borate buffer มีผลทำให้เม็ดเลือดแดงของกระต่ายรวมตัวกัน

* เมื่อให้หนูแรทกินผงของเมล็ดดิบที่แก่ของมะรุม โดยไม่จำกัดจำนวนเป็นเวลา 5 วัน พบว่าทำให้ความอยากอาหาร การเจริญเติบโตและการใช้โปรตีนลดลง ขนาดของกระเพาะอาหาร ลำไส้ ตับ ตับอ่อน ไต หัวใจ และตตตสนวสรผเดกฟปปปอปปปอดใหญ่ขึ้น ในขณะที่ต่อมไทมัส และม้ามมีลักษณะฝ่อลง โดยเปรียบเทียบกับหนูกลุ่มที่ได้รับอาหารที่มีไข่ขาวเป็นส่วนประกอบ

* การทดสอบความเป็นพิษโดยให้หนูเม้าส์กินส่วนราก หรือฉีดสารสกัดไม่ระบุชนิดตัวทำละลายเข้าใต้ผิวหนัง ในขนาด 10 ก./กก. น้ำหนักตัว ไม่พบความเป็นพิษ

การทดลองในสัตว์เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่มีประโยชน์เพื่อการทำวิจัยต่อยอดไปยังการทดลองในมนุษย์ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ตัวทำละลายที่นักวิจัยใช้ในการสกัดจะมีทั้งน้ำ และแอลกอฮอล์ เพื่อให้สะดวกต่อการป้อนสัตว์ทดลอง ซึ่งข้อมูลข้างต้นเป็นความรู้ที่จะทำให้สามารถหาส่วนสกัดที่มีสารสำคัญได้ หากจะรับประทานใบ เนื้อในฝัก หรือดอกมะรุม ซึ่งเราใช้เป็นอาหารมานานแล้วเพื่อการรักษาโรค ก็อาจทำได้แต่อย่าหวังผลมากนัก และไม่ควรรับประทานในปริมาณมาก หรือติดต่อกันนานเกินไป ซึ่งอาจมีการสะสมสารบางอย่างและอาจเป็นพิษได้ และจากรายงานความเป็นพิษในสัตว์ทดลอง ซึ่งพบว่าทำให้เกิดการแท้ง ดังนั้นควรระมัดระวังการใช้ส่วนต่างๆ ของมะรุมในสตรีมีครรภ์

รายละเอียดที่นำเสนอนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่นำมาจากบทความเรื่อง

“มะรุม: พืชสมุนไพรหลากประโยชน์”

โดยรองศาสตราจารย์ วิมล ศรีศุข ซึ่งอยู่ในจุลสารข้อมูลสมุนไพรฉบับ 26(4) ที่กำลังจะนำมาเผยแพร่สู่ประชาชนในเดือนกรกฎาคม 2552 หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ใบมะรุม

อยากจะรู้ผลข้างเคียงเหมือนกันค่ะ

..^^

ว่าจะมีอันตรายมั้ย??ถ้าเรากิน

(No subject)

เป็นยาถ่ายหรือเปล่าคะ

มะรุม พืชมหัศจรรย์

คุณค่าทางอาหารของมะรุม
มะรุมเป็นพืชมหัศจรรย์ มีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุด กล่าวถึงในคัมภีร์ใบเบิ้ลว่าเป็นพืชที่รักษาทุกโรค
ใบมะรุมมีโปรตีนสูงกว่านมสด 2 เท่า การกินใบมะรุมตามชนบทของประเทศกำลังพัฒนาและประเทศโลกที่ 3 เป็นการเพิ่มโปรตีนคุณภาพสูงราคาถูกให้กับอาหารพื้นบ้าน
นอกจากนี้ มะรุมมีธาตุอาหารปริมาณสูงเป็นพิเศษที่ช่วยป้องกันโรค นั่นคือ

วิตามินเอ บำรุงสายตามีมากกว่าแครอต 3 เท่า
วิตามินซี ช่วยป้องกันหวัด 7 เท่าของส้ม
แคลเซียม บำรุงกระดูกเกิน 3 เท่าของนมสด
โพแทสเซียม บำรุงสมองและระบบประสาท 3 เท่าของกล้วย
ใยอาหารและพลังงาน ไม่สูงมากเหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักอีกด้วย
น้ำมันสกัดจากเมล็ดมะรุม มีองค์ประกอบคล้ายน้ำมันมะกอกดีต่อสุขภาพอย่างยิ่ง

ตอบ...ผลข้างเคียงจากมะรุม

จริงๆแล้ว มะรุมยังไม่มีการศึกษาผลความเป็นพิษในระยะยาว คือยังไม่มีข้อมูลว่า ถ้าเรากินติดต่อกันไปนานๆ แล้วจะมีผลเสียอะไรหรือไม่ ดังนั้น ก็ถ้าจะกิน ให้กินเป็นผัก หรือ กินแล้วเว้นระยะ อย่ากินติดต่อกัน

ทานแล้วแพ้หนักหัว มึน

ดิฉันทานใบมะรุมสด ทานแล้วหนักหัว มึน ก็เลยไม่กล้าทานอีก เดี๋ยวนี้ทานแต่ใบผึ่งให้แห้ง บดให้ละเอียด ทุกวัน ๆ ละ 1 ช้อนโต๊ะ ตอนเย็นก่อนนอน (ทานเวลาอื่นชอบลืม) น้ำหนักลดลง ถ่ายป (อุจาระไม่เป็นน้ำ) วันละ 2 - 3 ครั้ง สบายตัวมาก ใครรู้มั่งว่าทานตลอดไปจะได้ไหม จะมีผล
ข้างเคียงต่อร่างกายหรือไม่

ดับกลิ่นปาก

กินสะตอ, แหนม ดื่มเหล้า หรือกินอะไรที่ทำให้มีกลิ่นปาก เสร็จแล้ว ลองเคี้ยวก้านและใบมะรุมสดให้ละเอียด (จะกลืนหรือคายทิ้งก็ได้) กลิ่นปากจะหายเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ

จำหน่ายมะรุมแคปซูล Moringa Herb

จำหน่ายมะรุมแคปซูล จากร้านMoringa Herb ผลิตจากใบมะรุมล้วน 100 % กรรมวิธีการผลิตสะอาด ถูกหลักอนามัย
www.moringaherb.com