โรคอัมพฤต
สวัสดีครับ ท่านที่อ่านบทความนี้นะครับ พอดีว่าผมมีเรื่องอยากจะปรึกษาคุณหมอหน่อยครับ คือว่าผมมีป้าอยู่คนนึง 2 วันก่อนเกิดเรื่องนั้น ผมยังไปนั้งคุยโม้อยู่กับป้าเลยนะครับ แกก็คุยแบบคนปรกติดีนะครับ ไม่มีทีท่าว่าจะป่วยอะไรเลย ต่อมาอีก 2 วัน ตอนเช้านะ แกลุกขึ้นล้างหน้า ป้วนปากนี้แหละครับ นําไหลออกทางข้างปาก แกก็ตกใจ แล้วก็รู้สึกชา ๆ ยืนไม่ค่อยไหว ก็เลยส่งโรงพยาบาลครับ ล่าสุดตอนนี้อาการคือพูดไม่ค่อยได้ครับ เสียงไม่มีแล้ว มือยังเคลื่อนไหว ยกได้ หน้าเบี้ยว ขาข้างซ้ายยกไม่ได้เต็มที่ แต่ข้างขวายกได้สุด ไม่เป็นไร ตอนนี้ก็ส่งตัวไปโรงพยาบาลในตัวเมืองแล้ว มันแปลกจริงทีอยู่ๆ แกก็เป็นยังนี้ มันโชคร้ายเสียจริง คุณหมดพอจะมีทางช่วยได้ไหมครับ ช่วยตอบด่วนนะครับ ผมหวังว่าป้าผมคงไม่........นะครับ ขอบคุณครับ ตอบกลับให้ที่ syaidee@chaiyo.com
- แสดงความคิดเห็น
- อ่าน 1809 ครั้ง

ตอบ โรคอัมพฤกษ์ หรืออัมพาตกันแน่?
อัมพฤกษ์ แขนข้างซ้ายยกไม่ได้เต็มที่ แต่ถ้าขาข้างซ้ายยกไม่ได้ด้วยนั่นคือ อัมพาต สาเหตุเกิดจากเส้นโลหิตฝอยในสมองตีบหรือแตก ถ้าเป็นอัมพฤกษ์ แพทย์แผนไทยรักษาได้ง่ายใช้เวลาไม่นาน เพียงผู้ป่วยรับประทานยาสมุนไพรไทยและนวด-ประคบตามแบบแพทย์แผนไทยก็หาย ถ้าเป็นอัมพาต การรักษาก็เช่นเดียวกันแต่ต้องหมั่นทำ กายภาพบำบัดควบคู่ไปด้วย แต่จะใช้เวลาในการรักษานานกว่าอัมพฤกษ์
แม่ป่วยเป็นอัมพฤต มา 1ปี 6 เดือน
แม่เริ่มป่วยเมื่อ เดือน เมษายน 2551
แล้วพาแม่ไปโรงพยาบาล รักษาแบบแผนปัจจุบัน มียาสลายลิ่มเลือด
ลดไขมันในเลือด (จำไม่ได้แล้ว) ต่อจากนั้นอาการของแม่ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ
จน ประมาณ 3เดือน อม่ก็พยุงตัวเองได้ พูดชัดขึ้นเป็นบางคำ
แต่เกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ แม่ก็ชักขึ้นมาแล้วพาส่งโรงพยาบาล จนป่านนี้แม่อาการก็ดีขึ้น
พูดได้ แต่ไม่ชัด ไม่เป็นภาษา พยุงตัวเองได้บ้าง แต่ก็บ่นว่าบวดหัน พอปวดหัวปุ๊บ
ร่างกายก็จะอ่อนแรงลงทันที เห็นแม่มีอาการช่วยเช้า โดยส่วนมาก
ทุกวันนี้ก็ให้แกกินแต่พวกอาหารต้ม แกชอบทานกบ ก็เลยแกงแต่กบให้กิน
แล้วส่วนมากก็กินแต่เนื้อ คืออยากขอคำปรึกษาว่า
1. มีสมุนไพรหรือตำหรับสมุนไพรที่ใช้รักษาโรคนี้มั้ยคะ ช่วยแนะนำหน่อย
2.ตอนนี้ก็ให้แม่กินผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร น้ำมันรำข้าวจมูกข้าว เพราะมีคุณสมบัติช่วยลดไขมันที่ไม่ดีออก แล้วเพิ่มไขมันที่ดีเข้าไป (แต่ยังไม่แน่ใจ ว่าจะเป็นอัตรายมั้ย เพราะแม่เพื่อนที่เป็น กินแล้วตอนนี้อาการก็ดีขึ้น)
3.แล้วแม่จะมีโอกาศหายมั้ยคะ กลัวว่าแม่จะเป็นแบบนี้ตลอด
สุดท้ายก็ต้องขอขอบพระคุณอย่างสูง ที่ช่วยให้คำแนะนำค่ะ
เส้นเลือด
เส้นเลือดสมองตีบ
เป็นโรคหนึ่งซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มใหญ่ที่เรียกว่า โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งประกอบ ไปด้วย 3 โรคหลักๆ ได้แก่ เส้นเลือดสมองตีบ แตก และ อุดตัน โดยที่เส้นเลือดสมองตีบเป็นแบบที่พบได้มากที่สุด ( 80 – 85% )
เส้นเลือดที่ตีบเกิดจากการหนาตัวของผนังหลอดเลือด รวมทั้งอาจมีเกล็ดเลือด หรือองค์ประกอบอื่นๆ ของเลือด มาสะสมตามผนังหลอดเลือด ซึ่งจะทำให้เลือดไหลผ่านได้น้อยลง ถ้าเป็นมาก ก็จะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอเพียง และเกิดความเสียหายต่อเซลล์สมองบริเวณนั้นๆ
มีอาการอย่างไรได้บ้าง เนื่องจากสมองมีหลายส่วน แต่ละส่วนมีหน้าที่แตกต่างกันไป ดังนั้น อาการในผู้ป่วยแต่ละราย ขึ้นกับบริเวณของสมองที่มีเส้นเลือดตีบ อาการที่พบได้แก่
1. แขนขาอ่อนแรง หรือชาซีกใดซีกหนึ่ง (บางกรณีอาจเป็น ทั้ง2ซีก) ขยับตัวไม่ได้
2. ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด หรือสำลัก
3. พูดไม่ได้ หรือฟังไม่รู้เรื่อง (มีปัญหาด้านความเข้าใจภาษา)
4. เวียนศีรษะมาก เดินเซ แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
5. มองไม่เห็นซีกใดซีกหนึ่ง
โดยลักษณะสำคัญของอาการที่เกิดคือ เป็นค่อนข้างเร็ว กระทันหัน ภายในเวลาเป็นนาที หรืออาจเป็นหลังตื่นนอน โดยที่ก่อนเข้านอนยังปกติอยู่
รักษาให้หายขาดได้หรือไม่
ปัจจุบันยังไม่มียาใดที่รักษาอาการที่เกิดขึ้นได้โดยตรง แต่ผู้ป่วยแต่ละคนมีโอกาสที่จะดีขึ้นได้เอง โดยเน้นการทำกายภาพบำบัดเป็นหลัก ซึ่งแต่ละคนจะมีความแตกต่างกันไปในเรื่องของการฟื้นตัวว่าจะดีขึ้นได้ถึงระดับใด โดยอาจพอบอกแนวโน้มได้คร่าวๆหลังเกิดอาการ2-4 สัปดาห์ แต่ก็ไม่ได้ทำนายได้ถูกต้องแน่นอนเสมอไป เป็นเพียงแนวโน้ม เช่น ถ้าผ่านไป2 สัปดาห์ อาการอ่อนแรงดีขึ้นมากพอสมควร ก็อาจบอกได้ว่ามีโอกาส ที่จะฟื้นตัวได้มาก บางรายทำกายภาพบำบัดไป3-6 เดือน ไม่ค่อยดีขึ้นเท่าที่ควร ก็อาจมีแนวโน้มว่าจะใช้เวลานานหรืออาจไม่ดีขึ้นกว่าเดิมมากนัก
อ้างอิงจากเวป Thaiclinic ซึ่งข้อมูลตรงนี้ใคร ๆ ก็สามารถค้นหาจากในอินเตอร์เนทได้
ประเด็นคือเราจะทำอย่างไรมากกว่าที่จะให้คนไข้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีเหมือนเดิมได้ และอาการต่างๆ เหล่านี้ค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปในที่สุด
เนื่องจากหลอดเลือดในสมองหรือเส้นเลือดที่ลำเลียงเลือดที่ไปเลี้ยงสมองมันมีอาการตีบ ปริมาณเลือดที่ส่งไปเลี้ยงจึงไม่เพียงพอ (เพราะทุกอวัยวะในร่างกายต้องการสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงทั้งนั้น ไม่เว้นแม้กระทั่งสมอง ) จึงเกิดความเสียหายต่อเซลล์สมองบริเวณนั้น ๆ แม้เหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นเพียงช่วงเสี้ยวนาที หรือบางคนอาจจะแย้งมาว่า ตีบที่เส้นเลือดฝอยไม่ได้ตีบที่เส้นเลือดแดง ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก
หารู้ไม่ว่าคุณกำลังประมาทกับชีวิต เพราะไม่ว่าจะตีบที่เส้นเลือดฝอย เส้นเลือดดำ หรือเส้นเลือดแดง ก้อตาม สามารถส่งผลกระทบต่อเซลล์สมองได้ทั้งสิ้น แต่ถ้าคุณยังนึกภาพไม่ออก ลองนึกถึงหัวใจดู ถ้าเส้นเลือดฝอยภายในหัวใจเกิดอุดตันขึ้น จะเกิดอะไร …............. แน่นอนที่สุด จากจุดเล็ก ๆ ที่คุณคิดว่าไม่เป็นอะไร ได้ค่อย ๆ เริ่มสะสมทีละน้อย เพราะเรากำลังจะบอกคุณว่าโรคทุกโรคไม่ใช่อยู่ ๆ เพิ่งจะมาเป็น เช่นอยู่ดี ๆ พรุ่งนี้ก็จะเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ ไม่ใช่นะคะ มันมีการสะสม สะสมจากวัน-เป็นเดือน จากเดือน-เป็นปี ไม่ใช่อยู่ ๆ จะมาตีบเอาเมื่อวาน วันนี้หรือพรุ่งนี้ มันค่อย ๆ ตีบ ค่อย ๆ ตัน จนตีบมากที่สุด เมื่อ สมองซึ่งทำหน้าที่ควบคุมและสั่งการการเคลื่อนไหว, พฤติกรรม และรักษาสมดุลภายในร่างกาย เมื่อเกิดความเสียหาย อาการต่าง ๆ ที่คุณเป็นอยู่จึงเกิดตามมา
เอาละค่ะต่อไปนี้คุณควรจะเปิดใจ รับฟังข้อมูลที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน
การรักษาในแพทย์แผนปัจจุบัน เบื้องต้น.....จะทำการสันนิษฐานหรือวิเคราะห์โรคว่าอาการของคนไข้นั้นเป็นอย่างไร สาเหตุของการเกิดโรคนี้ เกิดขึ้นได้อย่างไรอาจต้องถามจากคนไข้หรือญาติ ๆ ของคนไข้
จากประสบการณ์ที่เรามีคนไข้และได้มีการปรึกษาคุณหมอ คุณหมออาจจะให้ยาละลายลิ่มเลือดดูก่อน พร้อมกับ ควบคู่กับการทำกายภาพบำบัด ดังนั้นต้องแยกโรคให้ถูกก่อนว่า เส้นเลือดในสมองตีบ หรือ เลือดออกในสมอง (หลอดเลือดแตก) พร้อมกับดูว่าคนไข้นั้น ๆ จะมีโรคแทรกซ้อนอย่างอื่นอีกมากน้อยแค่ไหน และมีความเสี่ยงที่จะเป็นอัมพฤต อัมพาต มากน้อยขนาดไหนด้วย
จะเห็นได้ว่าการรักษาโรคของแพทย์แผนปัจจุบัน เป็นเพียงการรักษาหรือแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะต่อให้ยาละลายลิ่มเลือดสามารถละลายลิ่มเลือดที่ไปอุดตันได้ แต่.....แต่.....อย่าลืมว่าเส้นเลือดที่ตีบอยู่ก็จะยังตีบอยู่อย่างนั้น ดังนั้นโอกาสที่เส้นเลือดบริเวณนี้จะเกิดการตีบหรือตันอีกครั้งก้อเป็นไปได้สูง คือสามารถเกิดเหตุการณ์เดียวกันนี้ขึ้นได้อีก เพราะภาวะหลอดเลือดในสมองตีบหรือสาเหตุของโรคยังอยู่นั่นเอง
ถ้ายังแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุดยังปล่อยทิ้งไว้ มันอาจจะไม่ตีบอย่างเดียวเรายังต้องระวังภาวะหลอดเลือดในสมองแตกอีกด้วย ซึ่งอันตรายมาก
ประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่ คนไข้หรือญาติ ๆ จะทำอย่างไรกับสมองในส่วนที่ได้รับความเสียหายไปแล้ว หรือถ้าคุณหมออนุญาตให้คนไข้กลับบ้านมาพักฟื้นที่บ้านได้และให้จัดเตรียมโปรแกรมโภชนาการสำหรับคนไข้โดยเฉพาะ ผักล้วน ๆ เอย ปลาสด ๆ ล้วน ๆ เอย ให้เวลานั้นเวลานี้ เป๊ะ ๆ สารพัดที่เป็นโปรตีน ตามที่คุณหมอสั่งเพื่อจะมาซ่อมแซมร่างกาย ............................เราเองหรือคุณเองก็รู้ดีว่าเหล่านี้ มันช่วยอะไรได้หรือไม่ มันเพียงพอต่อการซ่อมแซมหรือเปล่า คนไข้จะมีแรงทานได้มากแค่ไหนกัน หรือต่อให้คนไข้เริ่มมีกำลังวังชาขึ้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า
1. เส้นเลือดจะตีบน้อยลง และสิ่งที่ตกค้างอยู่ภายในสมอง เช่นลิ่มเลือด จะถูกจำกัดออกมาได้หมด
2. สมองส่วนที่เสียหายได้รับการซ่อมแซมและฟื้นฟู
3. ยังต้องระวัง อย่าปล่อยให้กล้ามเนื้อของคนไข้ลีบ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องฟื้นฟูกำลังของคนไข้ก่อน เพื่อที่คนไข้จะได้มีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และสามารถที่จะทำกายภาพบำบัดได้อย่างมีประสิทธิผล
ในกรณีที่เป็นค่อนข้างหนักหรือหนักมาก ปัญหาต่อมาที่คนไข้หรือญาติ ๆจะต้องเจอคือ คุณภาพชีวิตของคนไข้จะแย่ลงและไม่เหมือนเดิม ถ้าเป็นอย่างมากหรือขั้นรุนแรง ต้องเข้ารับการผ่าตัด และมันจะคุ้มกันไหม ซึ่งข้อมูลที่เราได้ให้นี้มาจากคนไข้ที่เรามีอยู่จริงและสามารถช่วยไว้ได้
เพราะฉะนั้นถ้ามีใครมาแนะนำอะไรก้อแล้วแต่ แล้ว............คุณยังต้องไปผ่าตัด ฉายแสง หรือคีโมอีก อะไรก้อได้ที่เป็นการเสี่ยงกับชีวิตของคุณ มันจะมีประโยชน์อะไร แต่ในขณะเดียวกัน เราต้องการให้คุณมาศึกษาข้อมูลก่อนแล้วจึงค่อยตัดสินใจเลือกและจะไม่มีการบังคับหรือให้คำแนะนำในทางที่ผิดเพราะชีวิตไม่ใช่เรื่องที่ต้องมานั่งเสี่ยงกัน คุณควรจะได้รับข้อมูลจากผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานคู่กับคุณหมอเป็นผู้ที่มีความรู้และมีเคสคนไข้จริง ๆ ที่ช่วยไว้ได้เท่านั้น และคำว่าช่วยได้หรือหายจากโรคของเรา จะวัดจากคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไข้ และจาก ผลการตรวจทางการแพทย์เท่านั้น จะไม่มีการอ้างขึ้นมาลอย ๆ ว่าโรคที่เป็นอยู่หายแล้ว เราจะใช้เอกสารทางการแพทย์เป็นตัวอ้างอิง
*** 083-4655614 ***