คุณวิเศษของยากวาดแสงหมึก

()

อันที่จริงตำรับยาทุกตำรับที่ปรากฏในหนังสือแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์เป็นยาที่ใช้ได้ผลดีมาแล้วทั้งนั้น แต่ต้องวางยาให้เหมาะสมกับขั้นตอนการพัฒนาของโรค ซึ่งตั้งอยู่บนสมุฏฐานของโรค ธาตุ อายุ อากาศ และเวลา

เคยได้ยินอาจารย์แพทย์แผนไทยท่านหนึ่งกล่าวว่า ตำรับยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณทั้ง 27 ตำรับ (ที่จริงควรเป็น 28 ตำรับ หากรวม ตำรับนวหอย)ซึ่งคัดมาจากแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ผ่านการกลั่นกรองจากเหล่าแพทย์โบราณมานั้น ล้วนเป็นยาที่ให้ผลดีต่อการรักษาโรคที่ครอบคลุมโรคสามัญทั่วไป ยากวาดแสงหมึกก็เป็นหนึ่งในตำรับยาสามัญประจำบ้าน ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข

สรรพคุณยากวาดแสงหมึกตามประกาศ 

แก้ตัวร้อน ละลายน้ำดอกไม้เทศ
แก้ท้องขึ้น ปวดท้อง ละลายน้ำใบกะเพราต้ม
แก้ไอ ขับเสมหะ ละลายน้ำลูกมะแว้งเครือหรือลูกมะแว้งต้นกวาดคอ
แก้ปากเป็นแผล แก้ละออง ละลายน้ำลูกเบญกานีฝนทาปาก

ขนาดรับประทาน ใช้กวาดคอวันละ 1 ครั้ง หลังจากนั้นรับประทานทุก 3 ชั่วโมง
       เด็กอายุ 1-6 เดือน ครั้งละ 2 เม็ด (0.2 กรัม/เม็ด)
       เด็กอายุ 7-12 เดือน ครั้งละ 3 เม็ด (0.2 กรัม/เม็ด)
ยาตำรับนี้กำหนดใช้สำหรับเด็ก แต่จากประสบการณ์การใช้ยา ก็สามารถใช้กับผู้ใหญ่ได้เช่นกัน เพียงแต่เพิ่มจำนวนยาให้มากขึ้น

จากประสบการณ์การจริงการใช้ยากวาดแสงหมึกในผู้ใหญ่พบว่า ยาตำรับนี้มีคุณสมบัติดีในการรักษาโรคที่เกิดส่วนหัวทั้งหมด เช่น ปวดหัว มีน้ำมูกใสๆเนื่องจากพิษความร้อนกำลังจะเป็นหวัด เลือดกำเดาไหล เจ็บคอ คอแดง ช่องปากอักเสบ เคยพบเด็กที่ป่วยด้วยอาการไอหวัดเรื้อรังกำลังพัฒนาเป็นโรคหอบหืด  เมื่อรับประทานยากวาดแสงหมึกระยะหนึ่ง อาการไอหวัดเรื้อรังก็หายไป ยาตำรับนี้ประกอบด้วยตัวยาดังต่อไปนี้

กลุ่มที่ 1  มี หมึกหอม จันทน์ชะมด จันทน์เทศ ใบพิมเสน ใบสันพร้าหอม ดีงูเหลือม
กลุ่มที่ 2  มี ลูกกระวาน ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กานพลู หัวหอม ใบกะเพรา
ทั้งสองกลุ่มหนักสิ่งละ 4 ส่วน
กลุ่มที่ 3 มี ชะมด พิมเสน
สิ่งละ 1 ส่วน

ตัวยากลุ่มที่หนึ่งนั้นเป็นยาหลัก มีรสเย็น มีสรรพคุณแก้ไข้ตัวร้อน แก้ไข้หัวไข้กาฬ โดยเฉพาะหมึกหอมนั้นเป็นชนิดเดียวกับที่คนจีนใช้ฝนเพื่อเอาน้ำหมึกทาแก้มเขียนเป็นตัวเสือเมื่อเกิดคางทูม ส่วนดีงูเหลือม มีรสขม ช่วยทำให้ยาแล่นเร็ว

ตัวยากลุ่มที่สอง เป็นยาช่วย มีรสร้อนสุขุม ช่วยเสริมฤทธิ์ยากลุ่มแรกให้มีสรรพคุณแรงขึ้นและช่วยระบบประสาทด้วย ที่น่าสังเกต คือ หัวหอมแดง หรือว่านหอมแดง  เป็นชนิดหัวยาวรูปไข่ คนละชนิดกับหอมแดงทำอาหาร หัวมีเนื้อสีแดงเข้ม หัวหอมนี้มีรสร้อน ขับลมในกระเพาะอาหารและลำไส้ แพทย์ตามชนบทใช้หัวหอมตำสุมกระหม่อมเด็กแก้หวัด
ส่วนตัวยากลุ่มที่สาม เป็นยาช่วยบำรุงหัวใจ และกระพือลม

ตัวยาทั้งสามกลุ่มนี้เมื่อประกอบเป็นตำรับยาจึงใช้ลดความร้อน แก้อาการปวดหัว ปวดเส้นประสาทบนใบหน้าและหนังศีรษะ ลดอาการหวัดร้อน นอกเหนือจากสรรพคุณตามประกาศของกระทรวงดังกล่าวข้างต้น โดยเฉพาะอาการปวดหัว ตัวร้อน เจ็บคอ กลับมาใช้ยากวาดแสงหมึก ดีและปลอดภัยกว่าฟ้าทะลายโจรอย่างเดียวนะคะ

 

แมวน้อย

ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ ขอรบกวนถามว่า
ยากวาดแสงหมึกนี้ขายทั่วไปหรือไม่คะ
หรือว่าต้องสั่งให้แพทย์แผนไทยปรุงออกมาเป็นพิเศษเพราะสนใจมากค่ะ
ไม่ทราบว่ามีจำหน่ายที่ร้านไหนบ้าง และมียี่ห้อหรือไม่
ขอบคุณค่ะ

เห็นด้วย

เพราะปกติทานยาแก้ไอไม่หาย อายุ 40 ปกติไม่เคยไอ ถ้าไอจะไอไม่หยุด นานมากถึงจะเป็นที่ ถ้าเป็นไอเป็นเดือน ๆ ทานยาแก้ไออะไรก็ไม่หาย ยิ่งหวานยิ่งไอ ต้องให้แม่กวาดคอให้ ใช้แสงหมึก บดใส่เกลือ บีบมะนาว เหมือนสมัยเด็ก ๆ

น้าต๋อย

เห็นด้วย เจอกะตัวเอง เจ็บคอเป็นไข้ หาหมอกินยาอาทิตย์นึงหายไข้ เเต่เจ็บคอยังไม่หายขาด ระคายอยู่ตลอดกินยาต่ออีก อาทิตย์ก็ไม่หายขาดอีก ยังมีอาการระคายคอ กลางคืนไอ เช้ามามีเสมหะ เวลาทานอาหารบางครั้งจะระคายคอมากต้องกินน้ำตามตลอด นึกถึง ยายกวาดคอให้ลูกเรา เลยลองบ้างเเต่ กวาดเองนะ ซื้อยากวาดตราใบ...นี่เเหละ ผสมน้ำมะนาว เกลือ ให้ละลายเป็นเหมือนดินเหนียวเละๆ วันที่1 3 เวลา เลย เช้า กลางวัน เย็น ป้ายติดปลายนิ้วชี้ก้อนนึง ล้วงเเล้วป้ายที่คอลึกๆ โฮ เเทบอาเจียนเหมือนกัน เเต่ก็อร่อยดี เปรี้ยวๆ เค็มๆ ................เช้าวันรุ่งขึ้น ตื่นมา จำได้ว่าเมื่อคืนนอนหลับ ไม่ไอเลยนี่ อาการระคายคอ มีเสมหะก็มีน้อยลงมาก เลยตัดสินใจซ้ำอีกที มาถึง กลางวันจนเย็นวันนี้ก็รู้สึกสะบายคอดีขึ้นมากเลย วันนี้วันที่ 2 ซ้ำอีก 2 ที เช้า เย็น วันพรุ่งนี้จะมาเเจ้งผลใหม่นะ(ล้างมือให้สะอาดด้วย เเละระวังเล็บยาวอาจบาดเจ็บได้)

Confirm สรรพคุณยากวาดแสงหมึกอีกคนค่ะ

อายุ 40 ปีแล้ว ก็ยังทานยาตัวนี้ค่ะ เพราะเป็นคนแพ้อากาศมาตั้งแต่เด็ก ๆ
โดยเฉพาะอากาศชื้นไป หรือร้อนมากไป ก็จะมีอาการตัวร้อนเหมือนคนเป็นไข้ตลอดเวลา
จะมีปัญหาช่วงเปลี่ยนฤดูตลอดคือ จะมีอาการระคายคอ มีตุ่มขึ้น หนักมากก็เป็นคออักเสบ
แถมมีอาชีพสอนหนังสือ ต้องใช้เสียงมากด้วย...
เคยถึงขั้นเป็นหลอดลมอักเสบ..เป็นไข้อยู่เกือบ 1 เดือน
ก็จะมีอาการไอระหว่างสอน....ทรมานมาก
ต้องอาศัยยาอมมะแว้งกับาแก้ไขของอภัยภูเบศฯมาบรรเทา...พอช่วยได้ที่ปลายเหตุ
เพราะทานยาจากโรงพยาบาลก็อาการเดียกับท่านอื่น..ยิ่งหวานยิ่งไอไม่หยุด

ปัจจุบัน...ถ้าเริ่มมีอาการระคายคอ และเสมหะ
ก็จะทานบดยากวาดแสงหมึก+มะนาว+เกลือเม็ด+(น้ำผึ้งรวง)..ทาน 1-2 ก็หายแล้ว
ทำให้หลานทาน...ตั้งแต่เด็ก ๆ แม้ไม่ได้กวาดยา...ก็ช่วยละลายเสมหะได้ดี
กลับสนุกกับการบดยาด้วยตัวเอง
แนะนำให้เพื่อนซื้อให้ลูกทาน....ก็โทรมาบอกว่าได้ผล

แถมวิธีป้องกันให้อีกนิดค่ะ...จะได้ไม่ต้องใช้ยาใด ๆ คือ
ใช้แปรงสีฟัน (ขนอ่อน) แตะยาสีฟันที่เป็นผงเกลือผสม หรือเกลือป่นก็ได้
แปรงที่โคนลิ้นและเพดานปากด้านใน (ลักษณะเหมือนใช้นิ้กวาดคอ)...หลังแปรงฟัน
ก้มหน้าลงนะคะ...อาจสำลักเดียวแปรงจะติดคอได้เหมือนในข่าว....แล้วบ้วนปาก

หรืออมเกลือกลั้วคอ (อันนี้ต้องแหงนหน้าขึ้น)...จะรู้สึกว่าเค็ม ๆ อยู่ในคอ
แล้วบ้วนออก

ข้อควรระวัง...ระหว่างวันควรจิบน้ำอุณหภูมิห้องเป็นระยะ...จะช่วยให้เราห่างไกลโรคได้

ที่สำคัญอย่างยิ่ง...การออกกำลังกายให้เหงื่อออก+ทานผักผลไม้ตามฟดูกาลบ้านเราเพิ่มขึ้น...ได้ผลจริง ๆ

แต่หากทานให้เหมาะกับธาตุเจ้าเรือน...น่าจะได้ผลที่สุด
(อันนี้อยากได้ข้อมูลจากทางเว็บเพิ่มเติมค่ะ)

พิมพ์ผิดค่ะ...มือไหม่เพิ่งเข้าชมเว็บ

ขออภัย...รีบ click ไปหน่อยค่ะ
ที่ถูกต้อง คือ "ยาอมกับยาแก้ไอมะขามป้อมของอภัยภูเบศร" ค่ะ

ขอบคุณมาก

ขอบคุณมากค่ะที่ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์

เรื่องเกี่ยวกับการทานอาหารตามธาตุเจ้าเรือนนั้น เป็นเรื่องที่แบ่งเป็นสองระดับ ระดับแรกใช้เพื่อให้หมอพิจารณาจัดยาให้ถูกกับธาตึเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของยาและการรักษา ต้องใช้ภูมิรู้ของแพทย์เท่านั้น

ประการที่สอง ใช้เพื่อปรับธาตุปัจจุบันของตนเองด้วยตนเอง ธาตุปัจจุบันก็คือธาตุที่ปรากฎในปัจจุบัน บางคนมีธาตุน้ำเจ้าเรือน แต่กาลเวลาผ่านไปเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุของพฤติกรรมการบริโภค การงาน สิ่งแวดล้อม ธาตุปัจจุบันก็เปลี่ยนไปด้วย กรณีนี้ต้องสังเกตุด้วยตนเอง โดยก่อนอื่นต้องมีความรู้ว่าอาหารชนิดใดใช้แก้ธาตุหรือปรับธาตุอะไรก่อน เข้าไปอื่นเพิ่มเติมเรื่อง ธาตุเจ้าเรือน เช่น เมื่อรู้ว่าขณะนี้เป็นฤดูร้อน อากาศร้อนมาก ถ้าทานอาหารที่ให้ความร้อนเพิ่มมากขึ้น เช่น ทุเรียน ข้าวเหนียว หรือน้ำเย็นจัด อาหารเหล่านี้ก็จะไปเพิ่มความร้อนในร่างกาย ทำให้ความร้อนเกิน ธาตุก็จะไม่สมดุล ก็ป่วยเป็นไข้กำเดา หรือไข้หวัดร้อนได้ แต่ถ้ามีความเข้าใจเรื่องอาหารกับธาตุเจ้าเรือน ในฤดูร้อน ผสมกับรู้สึกว่าภายในร่างกายก็ร้อนด้วย ก็ควรทานอาหารที่ให้ความชุ่มชื้น เช่น แตงโม แตงต่างๆ ผักสด ในระดับที่พอสมควร แม้ว่าธาตุเจ้าเรือนของผู้นั้นจะเป็นธาตุอื่นที่มิใช่ธาตุไฟก็ตาม เพื่อปรับธาตุ ณ เวลานั้นๆ เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาด้วยตนเองและทำความเข้าใจเกี่ยวกับธาตุและอาหาร

ไม่มีอะไรที่เป็นกฎตายตัว ทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มนุษย์ที่เข้าใจกฏข้อนี้ ก็จะมีความสามารถปรับตัวได้ทั้งร่างกายและจิตใจค่ะ

Subscribe to ThaiHerbClinic.com feed