มะรุม พืชมหัศจรรย์
มะรุม เป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณในหลายด้าน เช่น ราก จะมีรสเผ็ด หวาน ขม แก้อาการบวม บำรุงไฟธาตุ เปลือก จะมีรสร้อน ช่วยขับลม ใบ ช่วยแก้เลือดออกตามไรฟัน แก้อักเสบ ดอก ช่วยบำรุงร่างกาย ขับปัสสาวะ ขับน้ำตา ฝัก รสหวาน แก้ไข้หรือลดไข้ เป็นต้น
ส่วนที่ใช้ : เปลือกต้น ราก ฝัก ใบ เนื้อในเมล็ด
สรรพคุณ :
ฝัก - ปรุงเป็นอาหารรับประทานแก้ไข้หัวลม เปลือกต้น - มีรสร้อน รับประทานเป็นยาขับลมในลำไส้ ทำให้ผายหรือเรอ คุมธาตุอ่อนๆ (ตัดต้นลมดีมาก)
ราก - มีรสเผ็ด หวานขม แก้บวม บำรุงไฟธาตุ มีคุณเสมอกับกุ่มบก
- แก้พิษ ฝี แก้ปวด แก้อักเสบ
แพทย์ตามชนบท ใช้เปลือกมะรุมสดๆ ตำบุบพอแตกๆ อมไว้ข้างแก้ม แล้วรับประทานสุราจะไม่รู้สึกเมาเลย
จากประสบการณ์ เนื้อในเมล็ดมะรุม ใช้แก้ไอได้ดี ใบสดมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ มีแคลเซียม วิตามินซี แร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก การรับประทานเนื้อในเมล็ด และใบสดเป็นประจำสามารถเพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกายได้
ข้อควรระวัง ในคนที่เป็นโรคเลือด G6PD ไม่ควรรับประทาน
"มะรุม" มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Moringa oleifera Lam. วงศ์ Moringaceae เป็นพืชกำเนิดแถบใต้เชิงเขาหิมาลัย เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางที่ถูกปลูกไว้ในบริเวณบ้านไทยมาแต่โบราณ กินได้หลายส่วน ทั้งยอด ดอก และฝักเขียว แต่ใครๆ ก็นิยมกินฝักมากกว่าส่วนอื่นๆ ต้นมะรุมพบได้ทุกภาคในประเทศไทย ทางอีสานเรียก “ผักอีฮุม หรือผักอีฮึม” ภาคเหนือเรียก “มะค้อมก้อน” ชาวกะเหรี่ยงแถบกาญจนบุรีเรียก “กาแน้งเดิง” ส่วนชานฉานแถบแม่ฮ่องสอนเรียก “ผักเนื้อไก่” เป็นต้น
ผู้เฒ่าผู้แก่นิยมกินมะรุมในช่วงต้นหนาวเพราะเป็นฤดูกาลของฝักมะรุม หาได้ง่าย รสชาติอร่อยเพราะสดเต็มที่ มีขายตามตลาดในช่วงฤดูกาล คนที่ปลูกมะรุมไว้ในบ้านเท่านั้นจึงจะมีโอกาสลิ้มรสยอดมะรุม ใบอ่อน ช่อดอกและฝักอ่อน ช่อดอกนำไปดองเก็บไว้กินกับน้ำพริก ยอดมะรุม ใบอ่อน ช่อดอก และฝักอ่อนนำมาลวกหรือต้ทให้สุก จิ้มกับน้ำพริกปลาร้า น้ำพริกแจ่วบอง กินแนมกับลาบ ก้อย แจ่วได้ทุกอย่าง หรือจะใช้ยอดอ่อน ช่อดอกทำแกงส้มหรือแกงอ่อมก็ได้
ส่วนอื่นๆ ของโลกจะใช้ใบมะรุมประกอบอาหารเช่นเดียวกับการใช้ผักขมฝรั่ง หรือปรุงเป็นซอสข้นราดข้าวหรืออาหารแป้งอื่นๆ นอกจากนี้ ใช้ใบตากแห้งป่นเก็บไว้ได้นานโรยอาหาร เช่นเดียวกับที่ภูมิปัญญาอีสานจังหวัดสกลนครใช้ใบมะรุมแห้งปรุงเข้าเครื่อง “ผงนัว” กับสมุนไพรอื่นไว้แต่งรสอาหารมาแต่โบราณ ส่วนฝักอ่อนปรุงอาหารเหมือนถั่วแขก
คุณค่าทางอาหารของมะรุม
มะรุมเป็นพืชมหัศจรรย์ มีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุด กล่าวถึงในคัมภีร์ใบเบิ้ลว่าเป็นพืชที่รักษาทุกโรค
ใบมะรุมมีโปรตีนสูงกว่านมสด 2 เท่า การกินใบมะรุมตามชนบทของประเทศกำลังพัฒนาและประเทศโลกที่ 3 เป็นการเพิ่มโปรตีนคุณภาพสูงราคาถูกให้กับอาหารพื้นบ้าน
นอกจากนี้ มะรุมมีธาตุอาหารปริมาณสูงเป็นพิเศษที่ช่วยป้องกันโรค นั่นคือ
วิตามินเอ บำรุงสายตามีมากกว่าแครอต 3 เท่า
วิตามินซี ช่วยป้องกันหวัด 7 เท่าของส้ม
แคลเซียม บำรุงกระดูกเกิน 3 เท่าของนมสด
โพแทสเซียม บำรุงสมองและระบบประสาท 3 เท่าของกล้วย
ใยอาหารและพลังงาน ไม่สูงมากเหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักอีกด้วย
น้ำมันสกัดจากเมล็ดมะรุม มีองค์ประกอบคล้ายน้ำมันมะกอกดีต่อสุขภาพอย่างยิ่ง
จากอาหารมาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ปัจจุบันชาวญี่ปุ่นผลิตชาใบมะรุมออกจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบุว่าใช้แก้ไขปัญหาโรคปากนกกระจอก หอบหืด อาการปวดหูและปวดศรีษะ ช่วยบำรุงสายตา ระบบทางเดินอาหาร และช่วยระบายกาก
ประเทศอินเดีย หญิงตั้งครรภ์จะกินใบมะรุมเพื่อเสริมธาตุเหล็ก แต่ที่ประเทศที่ฟิลิปปินส์และบอสวานาหญิงที่เลี้ยงลูกด้วยนมจะกินแกงจืดใบมะรุม (ภาษาฟิลิปปินส์ เรียก “มาลังเก”) เพื่อประสะน้ำนมและเพิ่มแคลเซียมให้กับน้ำนมแม่เหมือนกับคนไทย
ประโยชน์ของมะรุม
1.ใช้รักษาโรคขาดอาหารในเด็กแรกเกิดถึง 10 ขวบ และลดสถิติการเสียชีวิต พิการ และตาบอดได้เป็นอย่างดี
2.ใช้รักษาผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานให้อยู่ในภาวะควบคุมได้
3.รักษาโรคความดันโลหิตสูง
4.ช่วยเพิ่มและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ทานผลิตผลจากมะรุมในระหว่างตั้งครรภ์ เด็กที่เกิดมาจะไม่ติดเชื้อHIV นอกจากนี้ถ้ารับประทานอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้งยังช่วยให้คนทั่วๆไปสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง
5.ช่วยรักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ให้อยู่ในภาวะควบคุมได้ การรักษาโรคเอดส์ที่ประสพผลสำเร็จในกลุ่มประเทศแอฟริกา
6.ถ้ารับประทานสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคมะเร็ง แต่ถ้าหากเป็นก็จะช่วยให้การรักษาพยาบาลง่ายขึ้น ในบางกรณีสามารถหยุดการเจริญเติบโตของโรคร้ายได้ ถ้าใช้ควบคู่ไปกับยาแพทย์แผนปัจจุบัน
หากผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งได้รับการรักษาด้วยรังสี การดื่มน้ำมะรุมจะช่วยให้การแพ้รังสีฟื้นตัวเร็วขึ้นและมีร่างกายที่แข็งแรง
7.ช่วยรักษาโรคไขข้ออักเสบ โรคเก๊าท์ โรคกระดูกอักเสบ โรคมะเร็งในกระดูก โรครูมาติซั่ม
8.รักษาโรคตาเกือบทุกชนิด เช่น โรคตามืดตามัวเพราะขาดสารอาหารที่จำเป็น โรคตาต้อ เป็นต้น หากรับประทานสม่ำเสมอ จะทำให้ตามีสุขภาพที่สมบูรณ์
9.รักษาโรคลำไส้อักเสบ โรคเกี่ยวกับท้อง ท้องเสีย ท้องผูก โรคพยาธิในลำไส้
10.รักษาปอดให้แข็งแรง รักษาโรคทางเดินของลมหายใจ และโรคปอดอักเสบ
11.เป็นยาปฏิชีวนะ
น้ำมันมะรุม
สรรพคุณ..ใช้หยอดจมูกรักษาโรคภูมิแพ้ ไซนัสโรคทางเดินหายใจ ใช้หยอดหูฆ่าและป้องกันพยาธิในหู รักษาอาการเยื่อบุหูอักเสบ รักษาโรคหูน้ำหนวก ใช้ทาผิวหนังรักษาโรคผิวหนังจากเชื้อราและเชื้อไวรัส รักษาโรคเริม งูสวัด รักษาและบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น ใช้ทารักษาแผลสด หูด ตาปลา ใช้ถูนวดบรรเทาอาการบริเวณที่ปวดบวมตามข้อ รักษาโรคไขข้ออักเสบ เก๊าท์ รูมาติก เป็นต้น
ชะลอความแก่
กล่าวกันว่ามะรุมมีฤทธิ์ชะลอความแก่ เนื่องจากยังไม่พบรายงานการวิจัยเกี่ยวกับมะรุมในด้านนี้ คาดว่าเป็นการสรุปเนื่องจากมะรุมมีสารฟลาโวนอยด์สำคัญคือ รูทินและเควอเซทิน (rutin และ quercetin) สารลูทีนและกรดแคฟฟีโอลิลควินิก (lutein และ caffeoylquinic acids) ซึ่งต้านอนุมูลอิสระ ดูแลอวัยวะต่างๆ ได้แก่ จอประสาทตา ตับ และหลอดเลือดจากการเสื่อมสภาพตามอายุ การกินสารต้านอนุมูลอิสระชะลอการเสื่อมสภาพในเซลล์ร่างกาย
ฆ่าจุลินทรีย์
สารเบนซิลไทโอไซยาเนตโคไซด์และเบนซิลกลูโคซิโนเลตค้นพบในปี พ.ศ. 2507 จากมะรุมมีฤทธิ์ต้านจุลชีพ สนับสนุนการใช้น้ำคั้นจากมะรุมหยอดหูแก้ปวดหู
ปัจจุบันหลังจากค้นพบแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหาร Helicobactor pylori กำลังมีการศึกษาสารจากมะรุมในการต้านเชื้อดังกล่าว
การป้องกันมะเร็ง
สารเบนซิลไทโอไซยาเนตไกลโคไซด์ชนิดหนึ่งและสารไนอาซิไมซิน (niazimicin) จากมะรุมสามารถต้านการเกิดมะเร็งที่ถูกกระตุ้นโดยสารฟอบอลเอสเทอร์ในเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวได้
การทดลองในหนูพบว่าหนูที่ได้รับฝักมะรุมเป็นอาการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังจากการกระตุ้นน้อยกว่ากลุ่มทดลอง โดยกลุ่มที่กินมะรุมเนื้องอกบนผิวหนังน้อยกว่ากลุ่มควบคุม
ฤทธิ์ลดไขมันและคอเลสเทอรอล
จากการทดลอง 120 วัน ให้กระต่ายกินฝักมะรุม วันละ 200 กรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวันเทียบกับยาโลวาสแตทิน 6 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวันและให้อาหารไขมันมาก
ใบมะรุม 100 กรัม (คุณค่าทางโภชนาการของอาหารอินเดีย พ.ศ. 2537)
พลังงาน 26 แคลอรี
โปรตีน 6.7 กรัม (2 เท่าของนม)
ไขมัน 0.1 กรัม
ใยอาหาร 4.8 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 3.7 กรัม
วิตามินเอ 6,780 ไมโครกรัม (3 เท่าของแครอต)
วิตามินซี 220 มิลลิกรัม (7 เท่าของส้ม)
แคโรทีน 110 ไมโครกรัม
แคลเซียม 440 มิลลิกรัม (เกิน 3 เท่าของนม)
ฟอสฟอรัส 110 มิลลิกรัม
เหล็ก 0.18 มิลลิกรัม
แมกนีเซียม 28 มิลลิกรัม
โพแทสเซียม 259 มิลลิกรัม (3 เท่าของกล้วย)
ทั้งนี้ กลุ่มที่กินมะรุมและยามีคอเลสเทอรอลฟอสโฟไลพิด ไตรกลีเซอไรด์ VLDL LDL ปริมาณคอเลสเทอรอลต่อฟอสโฟไลพิด และ atherogenic index ต่ำลง ทั้ง 2 กลุ่มมีการสะสมไขมันในตับ หัวใจ และหลอดเลือดแดงใหญ่ (เอออร์ตา) โดย
กลุ่มควบคุมปัจจัยด้านการสะสมไขมันในอวัยวะเหล่านี้ไม่มีค่าลดลงแต่อย่างใด กลุ่มที่กินมะรุมพบการขับคอเลสเทอรอลในอุจจาระเพิ่มขึ้น ผู้วิจัยจึงสรุปว่าการกินมะรุมมีผลลดไขมันในร่างกาย
ที่ประเทศอินเดียมีการใช้ใบมะรุมลดไขมันในคนที่มีโรคอ้วนมาแต่เดิม การศึกษาการกินสารสกัดใบมะรุมในหนูที่กินอาหารไขมันสูงมีปริมาณคอเลสเทอรอลในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญเทียบกับกลุ่มควบคุม นอกจากนี้กลุ่มทดลองมีปริมาณไขมันในตับและไตลดลง
สรุปว่าการให้ใบมะรุมเพื่อลดปริมาณไขมันทางการแพทย์อินเดียสามารถวัดผลได้ในเชิงวิทยาศาสตร์จริง
ฤทธิ์ป้องกันตับ
งานวิจัยการให้สารสกัดแอลกอฮอล์ของใบมะรุมกรณีทำให้ตับหนูทดลองเกิดความเสียหายโดยไรแฟมไพซิน พบว่าสารสกัดใบมะรุมมีฤทธิ์ป้องกันตับ โดยมีผลกับระดับเอนไซม์แอสาเทตอะมิโนทรานสเฟอเรส อะลานีน
ทรานมิโนทรานสเฟอเรส อัลคาไลน์ฟอสฟาเทส และบิลิรูบินในเลือด และมีผลกับปริมาณไลพิดและไลพิดเพอร์ออกซิเดสในตับ โดยดูผลยืนยันจากการตรวจชิ้นเนื้อตับ สารสกัดใบมะรุมและซิลิมาริน (silymarin กลุ่มควบคุมบวก) มีผลช่วยการพักฟื้นของการถูกทำลายของตับจากยาเหล่านี้
เอกสารอ้างอิง:
Nature’s Medicine Cabinet by Sanford Holst
The Miracle Tree by Lowell Fuglie
LA times March 27th 2000 article wrote by Mark Fritz. WWW.PUBMED.GOV. (Search for Moringa) (Antiviral Research Volume 60, Issue 3, Nov. 2003, Pages 175-180: Depts. of Microbiology, Pharmaceutical Botany, Pharmacology, Faculty of Pharmaceutical Science, Chulalongkorn University, Bangkok.
นิตยสารหมอชาวบ้านปีที่ 29 ฉบับที่ 338 มิถุนายน 2550
- แสดงความคิดเห็น
- อ่าน 28670 ครั้ง

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ
อ่านเรื่องมะรุมแล้ว รู้สึกว่าเราลืมกินแกงส้มมะรุมไปเสียนาน เมื่อก่อนก็ชอบทานค่ะ เพราะเนื้อในฝักที่มีเมล็ดด้วย กินแล้วเคี้ยวอร่อยดี ช่วงหลังไม่ค่อยได้ทานเพราะเจอแต่ฝักแก่ๆ ยังไม่เคยรู้มาก่อนว่าใบมะรุมใช้ทานได้และมีประโยชน์มากเสียด้วย คุณหมอพอจะบอกได้ไหมคะว่าเอาใบมะรุมมาทำอะไรทานได้บ้าง
อีกอย่างค่ะ อยากรู้ว่าน้ำมันมะรุมทำอย่างไร มะรุมมีน้ำมันด้วยหรือคะ
ขอบพระคุณค่ะ
การทำน้ำมันมะรุม
มี 3 วิธีใหญ่ ๆ
1.นำเมล็ดมะรุมในฝักแก่ มาทำการทอดในน้ำมันมะพร้าวด้วยไพอ่อนๆ จนเมล็ดแห้งกรอบ
2.นำเมล็ดมะรุมในฝักแก่ มาบดละเอียดแล้วผสมน้ำ แล้วนำไปกลั่นเหมือนการต้มเหล้า
3.วิธีนี้สำคัญ เพราะไม่มีความร้อนมาเกี่ยวข้อง ไม่มีน้ำมาเกี่ยว เป็นการบีบเย็นเลยทำให้คงรักษาคุณค่าสารสำคัญได้มาก และได้น้ำมันคุณภาพดีที่สามารถเก็บไว้ได้นาน การบีบเย็นจะใช้เครื่องมือ 2 ชนิด คือ 1.ไฮโดลิค 2.ระบบสกูรแนวนอน
พรเทพ ธนกุลรังสฤษดิ์ 089-7424071
หมายเหตุ กำลังทำการทดลอง ทั้ง 3 วิธี และต้องการนักวิจัย ที่สามารถนำน้ำมันไปตรวจและรับรองผล เพื่อสามารถยืนยันการใช้อย่างถูกต้อง ไม่ใช่ใช้ตามความเชื่อ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้คนบนแผ่นดิน โดยยินดีมอบน้ำมันที่ผ่านขบวนการการสกัดทั้ง 3 วิธีให้โดยไม่คิดมูลค่า และจำนวนไม่จำกัด โดยไม่มีข้อผูกมัด
น้ำมันมะรุม บีบเย็น
เริ่มจากการนำเม็ดมะรุมจากฟักแก่มาตากแดด เพื่อไล่ความชื้น แล้วทำการบีบด้วยเครื่องบีบอัดระบบสกูรแนวนอน จากเม็ดมะรุม 6 กิโลกรัม ได้น้ำมันมะรุม 150 ซีซี
pornthep_t@hotmail.com
พรเทพ ธนกุลรังสฤษดิ์
ขอบคุณสำหรับข้อมูล น้ำมันมะรุม
ขอบพระคุณมากค่ะ ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีน้ำมันมะรุมด้วย มีเพื่อนอยู่กรมวิทย์ จะลองถามเขาดูว่าจะช่วยวิเคราะห์ให้ได้หรือไม่ ควรจะตรวจหาค่าอะไรบ้างคะ
ธุระกิจน้ำมันมะรุม
chinnahong@hotmail.com
ถ้าผมจะทำน้ำมันมะรุมเพื่อขาย ผมจะหาตลาดได้ที่ไหนครับ
และราคาตอนนี้ซื้อขายกันยังไง
น้ำมันมะรุม
สั่งซื้อ เม็ดมะรุม แคปซูลใบมะรุม แคปซูลเม็ดมะรุม และน้ำมันมะรุม ได้ที่...นายซ้ง โทร. 081-5828968
Email address : xong101@gmail.com
ใบมะรูม
ไม่ทราบว่าทานเฉพาะส่วนใบสดๆ ได้รึปล่าว ช่วยแก้ปัญหาเรื่องบวมน้ำจากอาการไตทำงานไม่ปรกติได้รึปล่าว
ตอบใบมะรุม
ขอโทษค่ะ ไม่มีความรู้ในเรื่องนี้
ตอบเรื่องใบมะรุม
เราสามารถรับประทานใบสดมะรุมได้ ซึ่งจะมีฤทธิ์ดีกว่าใบแห้งที่นำไปใส่แคปซูล และจะออกฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ จากประสบการณ์ของตนเองที่รับประทานอยู่เป็นประจำ จะสังเกตว่า ถ้าวันไหนที่เรารับประทานอาหารที่เป็นสารพิษเข้าไปมาก รุ่งขึ้นเช้าหลังจากทานใบมะรุมแล้ว จะมีอาการถ่ายเหมือนท้องเดิน แต่ไม่เพลีย ถ่ายเป็นนำและมีกลิ่นเหม็นมาก บางครั้งจะมีเมือกมันออกมาด้วยซึ่งเป็นการขับล้างสารพิษในลำไส้
จากการวิจัย มะรุมสามารถขับไขมันในเส้นเลือด ในตับและในไตได้ แต่ไม่เป็นตัวขับนำ หากจะรักษาอาการบวมจากโรคไต ควรรับประทาน ตะไคร้ แกนสับประรด อ้อยแดง หรือหญ้าคา ต้มเอานำดื่ม จะใช้ตัวเดียวหรือหลายตัวผสมได้ ซึ่งสมุนไพรเหล่านี้จะออกฤทธิ์ในการขับนำปัสสาวะ และรักษาอาการอักเสบทางเดินปัสสาวะได้ดีกว่า อีกทั้งไม่มีผลข้างเคียงเหมือนยาขับปัสสาวะแผนปัจจุบันที่จะทำให้หูอื้อได้ค่ะ
ข้อแนะนำในการรับประทานสมุนไพร
1.ควรศึกษาให้ดีก่อนว่าสมุนไพรชนิดนั้นๆมีฤทธิ์ทางใด มีข้อห้ามและข้อควรรับประทานอะไรบ้าง จึงจะเกิดประโยชน์และไม่มีโทษ
2.หากสงสัยควรถามแพทย์แผนไทยหรือผู้รู้ให้กระจ่างก่อนจึงจะปลอดภัย
3.ปกติแล้วสมุนไพรทุกชนิด หากเรารับประทานเป็นประจำเพื่อส่งเสริมสุขภาพ ควรได้หยุดรับประทานเป็นระยะๆ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับสภาพ และขับสารที่สะสมออกบ้าง จะทำให้ได้รับประโยชน์ได้เต็มที่และไม่เกิดผลข้างเคียง
น้ำมันมะรุมใช้ที่บ้าน
อยากจะทำน้ำมันมะรุมไว้ใช้ที่บ้านค่ะ ได้เคยลองทำโดยการนำเมล็ดมะรุมมาบดละเอียดแล้วนำไปต้ม แต่ไม่สำเร็จ ขอทราบวิธีทำที่ถูกต้องจากผู้รู้ด้วยค่ะ
นำมันมะรุม
เอาเมล็ดแห้งกระเทาะเปลือกออกใช้ครกบทยาตำละเอียดให้ต้มไฟอ่อน ๆ จนน้ำระเหยออกแล้วจะมีน้ำมันลอยอยู่แล้วซ้อนเอาส่วนเป็นน้ำม้นออกเก็บใส่ขวดควรเป็นขวดสีชาหรือทึบเพื่อรักษาคุณภาพ วิธีนี้อาจจะขาดสารบางส่วนไปมากกว่าวิธีบีบเย็น ข้อดีน้ำมันไม่มีกลิ่น วิธีบีบเย็นจะมีกลิ่นหื่น ๆ นิดหน่อย
ผู้เข้าชม 15 ก.ย. 2551
น้ำมันมะรุม
เมล็ดแห้ง คือ ต้องตากแดดหรือเปล่าคะ แล้วปริมาณที่ใช้ต้องใช้เยอะไหมคะ ถึงจะพอใช้ได้ในครอบครัว ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
ประโยชน์ของใบมะรุมสด
มีคนแนะนำทางรายการทีวีว่า ให้กินใบมะรุมสดจะช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับโลหิตจางได้ จึงอยากถามผู้รู้ว่า ใบมะรุมช่วยรักษาหรือป้องกันโรคอะไรได้บ้าง
วิธีใช้มะรุมในการรักษาโรคไทรอยด์
ตอนนี้เป็นไทรอยด์อยู่ ใช้วิธีรักษาโดยการกินยารักษามา 3 ปี แล้วแต่ยังไม่หาย เคยดูในรายการทีวีบอกว่าใช้มะรุมรักษาโรคไทรอยด์ได้ช่วยแนะนำวิธีด้วยค่ะ
ใบมะรุม
คือว่า ได้ข้อมูลมาจากรายการทางทีวี บอกว่ากินใบมะรุมแล้วรักษาโรคภูมิแพ้ได้ ต้องกินอย่างไร ปริมาณเท่าไรคะ
กินใบมะรุมวันละมากๆ เป็นอะไรไหมคะ
คือ คุณพ่อได้ดูรายการทีวีว่าทานใบมะรุมแล้วช่วยได้สารพัดโรค แกจึงไปหามาปลูกและกินทุกวัน แต่กินครั้งละจำนวนมาก น่าจะเกือน สองถึงสามร้อยใบ แทบจะกินแทนข้าวเลยคะ ตัวเองไม่แน่ใจถ้ากินมากขนาดนี้จะมีอันตรายหรือเปล่า
ปัจจุบันคุณพ่อเป็น เบาหวาน ไตรกรีเซอรายสูง และ เลือดข้น อยู่ จึงขอความรู้หน่อยคะ ขอบคุณมากนะคะ ที่มอบความรู้ดีดีให้
คนที่เป็นโรคเลือด G6PD ไม่ควรรับประทาน
ที่บอกไว้ว่า "ข้อควรระวัง ในคนที่เป็นโรคเลือด G6PD ไม่ควรรับประทาน " นั้น หมายถึงไม่ควรรับประทานมะรุมแบบไหนค่ะ แบบสดๆ หรือปรุงอาหาร หรืออย่างไร ค่ะ
เพราะลูกสาวเป็นโรคนี้ อายุ 14 ปีแล้ว ชอบกินแกงส้มมะรุม ที่บ้านมีต้นมะรุมด้วย และ ชอบเอาใบมาทำต้มจืด จะเป็นอันตรายอย่างไรหรือไม่คะ
ขอบคุณค่ะ
ตอบ TG6PD
ข้อมูลจากหนังสือนาฬิกาชีวิต ตอน 2 มะรุมต้นไม้เพื่อชีวิต หน้า 44
มีผู้รายงานว่า................. ท่านใดที่เป็นโรคเม็ดโลหิตแดงแตกกระจาย TG6PD การทานมะรุมจะทำให้เป็นอันตรายต่อเม็ดโลหิตแดงอย่างมาก
ดังนั้นหากท่านที่มีโรคเม็ดโลหิตแดงแตกกระจายอยู่ ควรปรึกษาแพทย์
ก่อนน่าจะเป็นการดีครับ
จาก คนรักมะรุม เชียงราย
วันวิสา
ต้องการเมล็ดพันธุ์ หรือกิ่งมะรุม ค่ะ น้องสาวเป็นโรคภูมิแพ้ เลยอยากได้มาปลูกไว้ที่บ้านค่ะ ติดต่อได้ที่นี่ itthiphon_61@hotmaol.com ขอบคุณค่ะ
เป็นตะคริวที่น่องเวลากลางคืน
อยากทราบว่าเป็นตะคริวที่น่องเวลากลางคืน บ่อยมากๆควรรับประทานสมุนไพรอะไรดี
ตอบเรื่องตะคริวที่น่อง
เมื่อปลายเท้าเย็น ประกอบกับกล้ามเนื้อแข็งตึง จะเกิดตะคริวจากปลายเท้าขึ้นมา
ก่อนนอนให้คุณใช้น้ำอุ่นแช่เท้า ในน้ำอุ่นนั้นอาจผสม ไพล ตะไคร้ ข่า ต้มพร้อมกัน เมื่อแช่เท้าแล้ว เอาน้ำมันงาบริสุทธิ์นวดเท้าและน่อง ใส่ถุงเท้าหลวมๆนอน หรือ ห่มผ้า ป้องกันเท้าเย็น ไม่ควรทานน้ำแข็งเวลาเย็นหรือก่อนนอน อีกประการหนึ่ง ถ้าพื้นเป็นปูน กระเบื้อง ก็เป็นเหตุให้เท้าเย็น ไม่ควรสัมผัสเท้ากับพื้นปูนหรือกระเบื้องโดยตรง
ทนวิตามินบีรวม และแคลเซียมเสริม ส่วนสมุนไพร ก็ใช้สมุนไพรประเภทขับลม เช่น กระชาย พริกไทย เถาวัลย์เปรียง เถาเอนอ่อน
เรอ ทุกครั้งที่กดบริเวณน่องด้านหลัง
อยากทราว่าการที่เรา"เรอ"เวลากดตามกล้ามเนื้อแขนขา เรออยู่นานมากมีสาเหตุจากอะไร แก้ไขได้อย่างไร
ตอบเรื่องการเรอ
ถ้ากดตามกล้ามเนื้อแขนขาแล้วเรอ เป็นเพราะมีลมแทรกในเนื้อ บางครั้งเกิดจากรับประทานอาหารเร็ว ทานอาหารที่ก่อให้เกิดลมมาก เช่น อาหารหวาน มัน ทานอาหารหลังสองทุ่ม ทานผลไม้ที่มีรสเย็นก่อนนอน ทานนมแล้วย่อยไม่ดี บางคนทานน้ำเต้าฮู่แล้วลมมาก
ถามเรื่องประโยชน์ของมะรุมคับ
1.ใช้รักษาโรคขาดอาหารในเด็กแรกเกิดถึง 10 ขวบ และลดสถิติการเสียชีวิต พิการ และตาบอดได้เป็นอย่างดี
2.ใช้รักษาผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานให้อยู่ในภาวะควบคุมได้
3.รักษาโรคความดันโลหิตสูง
4.ช่วยเพิ่มและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ทานผลิตผลจากมะรุมในระหว่างตั้งครรภ์ เด็กที่เกิดมาจะไม่ติดเชื้อHIV นอกจากนี้ถ้ารับประทานอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้งยังช่วยให้คนทั่วๆไปสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง
5.ช่วยรักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ให้อยู่ในภาวะควบคุมได้ การรักษาโรคเอดส์ที่ประสพผลสำเร็จในกลุ่มประเทศแอฟริกา
6.ถ้ารับประทานสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคมะเร็ง แต่ถ้าหากเป็นก็จะช่วยให้การรักษาพยาบาลง่ายขึ้น ในบางกรณีสามารถหยุดการเจริญเติบโตของโรคร้ายได้ ถ้าใช้ควบคู่ไปกับยาแพทย์แผนปัจจุบัน
หากผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งได้รับการรักษาด้วยรังสี การดื่มน้ำมะรุมจะช่วยให้การแพ้รังสีฟื้นตัวเร็วขึ้นและมีร่างกายที่แข็งแรง
7.ช่วยรักษาโรคไขข้ออักเสบ โรคเก๊าท์ โรคกระดูกอักเสบ โรคมะเร็งในกระดูก โรครูมาติซั่ม
8.รักษาโรคตาเกือบทุกชนิด เช่น โรคตามืดตามัวเพราะขาดสารอาหารที่จำเป็น โรคตาต้อ เป็นต้น หากรับประทานสม่ำเสมอ จะทำให้ตามีสุขภาพที่สมบูรณ์
9.รักษาโรคลำไส้อักเสบ โรคเกี่ยวกับท้อง ท้องเสีย ท้องผูก โรคพยาธิในลำไส้
10.รักษาปอดให้แข็งแรง รักษาโรคทางเดินของลมหายใจ และโรคปอดอักเสบ
11.เป็นยาปฏิชีวนะ
จะถามว่า จะต้องทานส่วนไหนคับ
ตอบตามข้อเลยได้ไหมคับ
ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณจริ
ขอบคุณจริง ๆ ที่ช่วยเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับคนอื่น ๆ
นี่เรา ก็เพิ่งได้หนังสือนาฬิกาชีวิต ตอน 2 มะรุมต้นไม้เพื่อชีวิต มา
คนทำหนังสือก็ใจดีจัง อุสาห์บอกข้อมูล เราโทรไปเพื่อจะขอซื้อมะรุมเป็นแคปซูลนะ แต่เค้าแจ้งว่า อย่าซื้อเลย ให้หากินแบบสดจะดีกว่า เพราะว่า ที่เค้าซื้อมานั้นต้องนำเข้าจาก อเมริกา และก็แพงมาก ๆ เค้าไม่อยากให้เสียเงิน จึงแนะนำว่า ไปหาใบสด ๆ มากินจะดีกว่า
อ่านแล้วซึ้งเลย เพราะเราก็เป็นไซนัสอักเสบ และมีอาการหอบหืดด้วย เดี๋ยวจะพยายามหาซื้อมากิน
ท้ายสุด ขอขอบคุณสำหรับทุกคำแนะนำนะ
THACA
(No subject)
คุณพ่ออายุ๗๕ปี เป็นมะเร็งถุงนำดีระยะ ๓ กินมะรุมมา ๒ เดือน
ไปหาหมอเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม คุณ หมอบอกเชื้อมะเร็งในเลือดลดลง
คุณพ่อแข็งแรงดี งดอาหาร หวาน มัน เค็ม กินแต่เนื้อปลา กุ้งนิดหน่อย
กินผักมากขึ้นและก็กินหญ้าปักกิ่งทุกวัน
อยากปลูกต้นมะรุมเอง จัง
หลังจากได้อ่านหนังสือ "นาฬิกาชีวีต ตอน 2...,มะรุมต้นไม้เพื่อชีวิต...
เนื้อหาเกี่ยวกับสรรพคุณทางยา บรรเทาอาการต่างๆ นี่คิดว่าจะปลูกมะรุมไว้ที่บ้านเพื่อเอาไว้เก็บใบสดทานเอง หรือ ทำน้ำมันมะรุม คงไม่ช้าเกินไป...
เพื่อที่ทำงาน ได้ทานมะรุม แคปซุล มากว่า 2 เดือน บอกได้ว่า อาการข้อเข่าเสื่อม ของเขาดีขึ้นมาก เวลาเดินไม่รุ้สึกเจ็บมากเหมือนก่อน และ โทรสั่งซื้อ แบบแคปซุล
อ่านหนังสือ พบแต่ข้อดี..และ ไม่เห็นกล่าวถึงข้อเสีย ..
จะหาซื้อจากแผงขายยาสมุนไพรได้มั้ย ไม่ค่อยมั่นใจเกรงถึงการปลอมปน และเก่า นะคะ
เพราะยังไม่ค่อยนิยมรับประทานกันเหมือน ขมิ้นชัน ชุมเห็ด หรือ สมุนไพร ที่ใส่แค้ปซุล
ปกติ จะซื้อหาสมุนไพร ไทยที่มี อ.ย รับรอง เช่น ของ โรงพยาบาลอภัยภูเบศ แต่เพื่อนโทรสั่งซื้อเป็น แบบนับเม็ด ส่งทางไปรษณีย์ ไม่มีสลาก นะคะ มันอาจจะปลอดภัย..
ช่วยแนะนำให้ด้วยคะ ว่าจะหาซื้อได้ที่ไหน ที่มี อย.รับรอง
ไม่อนุญาตให้โฆษณาขายสินค้า
ขอโทษค่ะ เวปนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทางวิชาการ ไม่อนุญาตให้มีการซื้อขายสินค้าใดๆผ่านเวปค่ะ
นำน้ำมันมะรุมไปทำสบู่ได้หรือเปล่า
คือที่โรงเรียนมีการทำโครงงานบูรณาการ ผมทำเรื่องสบู่สมุนไพร และอ.ที่รร.แนะนำว่าให้ลองเอามะรุมมาทำสบู่ดู เพราะมะรุมมีส่วนช่วยในการรักษาผิวหนัง ผมอยากทราบว่าส่วนที่ช่วยในการรักษาผิวหนังคือน้ำมันมะรุมใช่ไหมครับ และผมจะเอามาผสมทำเป็นสบู่ได้หรือเปล่า